ข้อความต้นฉบับในหน้า
ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ฯ” แผ่นดินไทยขณะนั้นเพิ่งผ่านความคุกรุ่นของ
สงครามเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า หรือแม้ในรัชสมัยพระองค์เองก็ยังปรากฏมี
ศึกสงครามอย่างต่อเนื่อง บ้านเมืองถูกข้าศึกทำลายย่อยยับ จิตใจของผู้คนในชาติบอบช้ำ
จากการสูญเสีย พระองค์จึงทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะปกป้องเอกราชของ
บ้านเมือง ควบคู่ไปกับการเร่งฟื้นฟูขวัญและกำลังใจของพสกนิกรในชาติ ด้วยการ
ทํา บำารุงพระพุทธศาสนาให้กลับมายิ่งใหญ่ไพศาลเฉกเช่นอดีตราชธานีให้จงได้
OSER
ในด้านศาสนสถาน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง
วัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง เจริญรอยตาม
พระราชประเพณีสร้างพระอารามหลวงในเขตพระบรมมหาราชวัง
ตามแบบกรุงศรีอยุธยา พร้อมทั้งสร้างหอพระไตรปิฎก
พระราชทานนามว่า หอพระมณเฑียรธรรม ไว้เป็นสถานที่เก็บ
คัมภีร์พระไตรปิฎกของหลวง
หอพระมณเฑียรธรรมเป็นหอสมุดพระพุทธศาสนาของหลวงหลังแรก
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ในด้านพระธรรม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้สานต่องานรวบรวมคัดลอกคัมภีร์พระไตรปิฎกที่
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงริเริ่มไว้แต่ครั้งกรุงธนบุรี แต่สิ้น
รัชกาลก่อนที่คัมภีร์พระไตรปิฎกฉบับหอหลวงจะเสร็จสมบูรณ์
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมาดำเนินการ *********
ต่อ พระองค์มีพระราชวินิจฉัยว่า ข้อความในพระไตรปิฎก
ฉบับหลวงยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากคัดลอกจาก
ต้นฉบับจากหัวเมืองน้อยใหญ่ที่ไม่ครบถ้วน พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาธิราช กรม
พระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทจึงทรงอาราธนาสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)
และพระราชาคณะฐานานุกรมเปรียญจำนวน ๑๐๐ รูป มาสอบถาม ครั้นทรงสดับว่า พระไตรปิฎก
ที่มีอยู่ผิดเพี้ยนจริง และฝ่ายคณะสงฆ์ก็ประสงค์จะทำนุบำรุงให้สมบูรณ์ถูกต้อง แต่มีกำลังไม่พอ
จะกระทำให้สำเร็จได้ จึงทรงอาราธนาให้คณะสงฆ์จัดทำสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้น นับเป็นการ
สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๒
ของราชอาณาจักรไทย โดยมีพระสงฆ์ ๒๑๘ รูป ราชบัณฑิตยาจารย์ ๓๒ ท่าน มีสมเด็จพระสังฆราช
เป็นประธาน ทำการสังคายนา ณ วัดนิพพานาราม (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร)
โดยนาคัมภีร์พระไตรปิฎกฉบับหอหลวงมาตรวจสอบ ใช้เวลา ๕ เดือน จึงเสร็จสมบูรณ์
เมษายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๖๗