ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๙. อย่าหน้าไหว้หลังหลอก
การหาความชอบความดีต่อนาย มักจะเป็น ๒ นัย นัยหนึ่งหาความดี
ความชอบแต่ต่อหน้า “ผักชีโรยหน้า” เมื่อลับหลังแล้วก็เผินเหินห่าง ถ้าไม่
เอาการทีเดียวเช่นนี้ก็มีเป็นอันมาก คนเช่นนี้ดีก็ไม่ยืดยาว ใช่ว่านายเขาจะ
ไม่รู้ความประพฤติเมื่อไร เขาย่อมจะสังเกตสังการู้นิสัยได้ดี ไม่เร็วก็ช้าเป็น
แน่แท้
ะ
คนที่ประพฤติเช่นนั้น เห็นจะคิดว่าทำบุญคุณภายหลัง จะไม่มีผลอะไร
เหนื่อยยากลำบากเปล่าไม่ต้องการ จะไม่ได้คิดเลยว่า ถึงไม่เห็นก็คงรู้นั้นไม่
แท้จริงประพฤติเช่นนั้น ขาดความกตัญญูเสียชั้นหนึ่งแล้ว ขาดความ
อุสาหะในการจงรักภักดีด้วย คือจะอุปมัยให้เห็นง่าย ๆ ว่า เราทำบุญกับ
พระนั้น เราคิดเอาหน้าเอาตาแก่พระองค์นั้นอย่างเดียวๆๆ ก็หาเช่นนั้นไม่ เรา
ก็ย่อมหมายผลภายหน้า ปรารถนาสวรรค์นิพพานสุคติกาลต่าง ๆ ล้วนแต่
หวังความที่ชอบตามอธิษฐานไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้น ควรเราจะปฏิบัติ
หาความดีความชอบทั้งต่อหน้าแล้ลับหลัง โดยความสม่ำเสมออันยืดยาว จึง
จะเป็นการดีไม่มีที่ติ
จุดมุ่งหมายของจรรยาข้อนี้มีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือ ต้องการให้เรา
๑. เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย
๒. ยินดีปิดทองหลังพระ
ข้อ ๑ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คือ ต่อหน้าปฏิบัติเช่นไร ลับหลังก็ต้องปฏิบัติเช่นนั้น ไม่ใช่
เป็นประเภทหน้าไหว้หลังหลอกหรือผักชีโรยหน้า
หลวงพ่อภูมิใจในตัวเองว่า ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีนิสัยที่ทำอะไรแบบผักชีโรยหน้า ทำอะไรแล้ว
ทำจริงและต้องทำให้ดีด้วย
ข้อ ๒ ยินดีปิดทองหลังพระ คือ แม้ลับหลังนาย เราทำสิ่งใดลงไปถึงคนอื่นจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ
แต่เมื่อเป็นความดีก็ต้องทุ่มท่าอย่างเต็มที่ ใครเขาจะติชมอย่างไรก็ไม่กังวล เพราะเมื่อเราท่า
ความดี ทําในสิ่งที่เป็นบุญกุศลแล้ว บุญกุศลนั้นย่อมเกิดขึ้นในใจของเรา ใครจะรู้หรือไม่ แต่ใจของ
เราเองย่อมเป็นสุข นี้เป็นผลดีเบื้องต้นแห่งการทำความดี
กรณีนี้ ปู่ย่าตายายของเราเรียกกันว่า "ปิดทองหลังพระ"
เมษายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๗