ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระจุลจอมเกล้าฯ พระบรมราชานุสรณ์
๓๓
ก็ต้องบอกว่า "ใครนะ มาดำน้ำอยู่ในทะเลนี้ ทั้งๆ ที่ยังมองไม่เห็นฝังเลย มีมีแต่ตายกับตายอย่างเดียวเท่านั้น จะฝันว่ามายไปทำไม เพราะยังไงก็ตายแน่ๆ"
พระมหาชนได้ยินอย่างนั้นก็เกิดสงสัยว่า ตัวเองว่ายน้ำมา ๗ วันแล้ว นอกจากเสียงน้ำ เสียงลมในทะเลแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินเสียงใครที่ไหน หรือว่ าว่าน้ำนุ่นนุ่ยไป แต่พอมองไปบนท้องฟ้าเห็นเป็นเทพพิษฎาเหาะอยู่ พอรู้ถึงต้นเสียงที่มาเท่านั้น พระมหาชนกตอบนางมูลลาเล่าว่า
"ดู๋ก่อนเทวดา เราไตร่ตรองเห็นปัญหาแห่งโลก และอานิสงส์แห่งความเพียร เพราะฉะนั้น ถึงจะไม่เห็นฝั่งเราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ในท่ามกลางมุษย์ธรรม ๆ"
ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า "เทวดา ข้าตรองดูแล้วนะ ในโลกนี้ ถ้าตราบใดคนเรายังมีความเพียรรักษาความเพียรเอาไว้ ไม่เสียหาย เพราะว่าความเพียรคือความหวัง แล้วความหวังคือลำลังใจ เพราะฉะนั้นคนเราเมื่อมีความหวัง มีความตั้งใจนั้น มันไม่เสียหายแล้วโอกาสที่จะมีความสำเร็จ ก็เป็นไปได้"
ถ้าพูดแบบนี้ ก็ต้องยกตัวอย่างมาเทียบจึงจะเห็นภาพ