ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลักการเลี้ยงลูกที่บ้านของเรา
บ สี
ดงนคอ
พระองค์ทรงให้คุณสมบัติเอาไว้ ๕ ข้อ
คุณสมบัติข้อที่ ๑ บิดรัทธา
ศรัทธา หมายถึง ความเชื่อมั่นในเรื่อง
กฎแห่งกรรม และการสั่งสมบารมีของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ทรงต้องการพระภิกษุที่
เข้ามาบวชเป็นผู้มีศรัทธามั่นคงในการเลี้ยงลูก
เลี้ยงหลานนั้น คำถามแรกที่เราต้องถามตัวเอง
เลยว่า ทำอย่างไรจะปลูกศรัทธาลูกหลานได้
มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศรัทธาในเรื่องของ
พุทธประวัติ เรื่องของกฎแห่งกรรม เรื่องของ
ชาดก
ถ้าปลูกศรัทธาตรงนี้ได้ ก็สมกับที่มา
เป็นพ่อคนแม่คน ถึงแม้เราจะยากจน หรือ
อ่านหนังสือออกไม่ออกก็ไม่เป็นไร เพราะเรา
ไม่ได้ปล่อยให้ลูกอดตาย แล้วยังสามารถปิด
นรกให้กับลูกหลานได้ ตรงกันข้าม ถึงแม้จะ
รวยล้นฟ้า เลี้ยงลูกให้แข็งแรงเติบโตเท่าไร
แต่ไม่สามารถปลูกศรัทธาให้ลูกได้ แสดงว่า
ยังปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ลูกไม่ได้ ตรงนี้
อันตรายกว่า
คุณสมบัติข้อที่ ๒ มีอาพาธน้อย
เท่าที่หลวงพ่อสังเกตเห็น พวกเราหลาย
คนยังดูแลสุขภาพตัวเองได้ไม่ดีพอ เราลอง
นึกดูว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเมื่อวัน
ออกบวช ตลอดชีวิตของพระองค์ทรงอยู่แต่
ในวังมาตลอดชีวิต ๒๙ พรรษา อยู่ดีๆ
ออกบวชเข้าป่าไป แล้วทรงไม่มาล้มหมอน
นอนเสื่อ ไม่เป็นไข้ป่า แสดงว่าพระองค์ดูแล
AIR
oute uns
สุขภาพได้ดีเยี่ยมจริงๆ อย่างพวกเราการดูแล
สุขภาพยังทำไม่ได้ดีเท่าพระองค์
เพราะฉะนั้น การเลี้ยงลูก นอกจากเรา
จะดูแลสุขภาพให้ลูกแล้ว ยังต้องปลูกฝัง
ความรู้พื้นฐานในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ
ตัวเอง การบริหารร่างกาย การใช้สมุนไพร
หยูกยาเบื้องต้นให้เพียงพออีกด้วย
ความรู้ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ
ง
ตัวเอง ขอให้ทุกคนอย่ามองข้าม ถ้ามองข้าม
เมื่อถึงคราวเราต้องไปบาเพ็ญเพียรสมาธิกัน
จริง ๆ จะนั่งได้ไม่นาน เดี๋ยวก็สู้ไม่ไหว แต่ใคร
ที่รู้จักรักษาสุขภาพดีจริง ๆ รักษาความสมดุล
ของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายได้ดี คน
ประเภทนี้เท่านั้นจึงจะนั่งสมาธิได้ก้าวหน้าจริง
ตรงนี้หลวงพ่อกล้ายืนยัน เพราะเห็นตัวอย่าง
จากคุณยาย ท่านรักษาสุขภาพดีมากๆ ขอ
ฝากเตือนไว้
คุณสมบัติข้อที่ ๓ ใบโอ้อวดไม่มีมารยา
“โอ้อวด” คือ ทำอะไรนิดหน่อย ก็คุยโว
โอ้อวดมาก โม้จัด
“มารยา” คือ เจ็บน้อยทำเป็นเจ็บมาก
ป่วยน้อยทำเป็นป่วยมาก
เท่าที่หลวงพ่อสังเกตมาตลอดชีวิต
พวกขี้โม้มีอยู่ ๒ พวกใหญ่ คือ
พวกที่ ๑ ตั้งแต่เล็ก พ่อแม่เขาไม่เคย
สอนให้ทำงาน ยิ่งมีคนรับใช้ งานทุกอย่าง
โยนให้คนใช้ทํา เลยทำงานใหญ่ไม่เป็น แต่
ตัวเองก็อยากให้คนอื่นชมว่าเก่ง เมื่อทำไม่ได้ก็
เอาปากทำแทน แล้วก็คุยโม้ไปเรื่อยๆ เพราะ
ฉะนั้น ใครไม่ต้องการให้ลูกขี้โม้ ก็ต้องหัดให้
ลูกทํางานเป็นตั้งแต่หัวเท่าก๋าปั้นตั้งแต่ล้างถ้วย
ล้างชาม ซักเสื้อผ้า อาบน้ำ เป็นต้น
b
kalyanamitra.org