ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตอบ
ลูกของคุณโยมเข้าวัดปฏิบัติธรรมกัน
มาตั้งแต่เล็ก ก็นับว่าเป็นบุญวาสนาของเขา
เป็นเครื่องสะท้อนว่า เราเลี้ยงเขาเป็น แต่
อย่างไรก็ตาม เราเลี้ยงลูกเป็นในระดับที่เขา
ยังเล็กอยู่ พอเขาก้าวเข้าสู่วัยรุ่น จิตใจของ
เด็กวัยรุ่นกับเด็กวัยเล็กไม่เหมือนกัน คุณโยม
จะใช้ลักษณะการอบรมแบบเดียวกันกับตอน
เล็กๆ ไม่ได้
เด็กเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เขาเริ่มมองไป
ข้างหน้าถึงอนาคตของเขา เพราะฉะนั้นมี
เรื่องเรียนรู้เรื่องสนุกตื่นเต้นกับชีวิตเข้ามาแทน
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องบุญ
หรือไม่รักแม่ เขายังสนใจอยู่ แต่ก็เริ่มมีความ
อยากเรียนรู้สนุกกับชีวิตขึ้นมาอีกด้วย
กรณีนี้แก้ไม่ยาก เมื่อเรารู้แล้วว่า ลูก
กำลังมองไปในอนาคต เราก็สอนลูกว่า
"ลูกเอ้ย อนาคตของลูกจะประสบ
ความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้นมีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่
คือ ความเก่งและความเฮงของลูก
คนที่มีความเก่งแต่ไม่เฮงจะหยิบอะไรก็
ไม่สำเร็จหรอกลูกเอ๋ย เพื่อนนักเรียนรุ่นเดียว
กับพ่อแม่ที่เขาเรียนเก่ง แม้ฝีไม้ลายมือการ
ทํางานก็เก่งกว่าพ่อแม่ก็มีอยู่หลายคน แต่เขา
กลับไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร
แม่กับพ่อของลูกมีความรู้ความสามารถ
อยู่ในระดับพอประมาณ คือไม่ถึงกับเก่งนัก
แต่มีความเอง เมื่อพูดถึงความเฮง แม่ไม่ได้
พูดให้ลูกคิดถึงเรื่องลมๆ แล้งๆ แต่กำลังจะ
บอกว่า ลูกจะต้องสร้างเหตุแห่งความเฮง
หรือความสําเร็จของชีวิตนั่นเอง
“ความเฮง” ความมีโชคมีลาภ ความ
สําเร็จ นอกจากเกิดจากความเก่งแล้ว ยังเกิด
จาก “บุญ” ด้วย
บุญที่เกิดจากการให้ทาน รักษาศีล
ทําภาวนา และที่สําคัญอย่างมาก คือ บุญที่
เกิดจากการขวนขวายในการงานที่เหมาะควร
เรื่องการทําทาน ลูกก็ทํากับแม่มาตลอด
แม่ก็ภูมิใจที่ลูกรักการทําทานเหมือนแม่ซึ่ง
นอกจากได้บุญแล้ว ยังเป็นการปูพื้นฐาน
ความมีใจงามอีกด้วย ชาตินี้แม่มั่นใจว่าลูกแม่
จะไม่เอาเปรียบไม่คดโกงใคร
เรื่องการรักษาศีล ตั้งแต่เล็ก ลูกแม่
รักษาศีลตามแม่ตลอดเวลา ซึ่งแม่ก็ภูมิใจ
เป็นหลักประกันว่า ถึงลูกจะไม่สวยเหมือน
มิสยูนิเวิร์ส แต่ลูกก็จะสามารถข่มอารมณ์
โกรธได้ ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบกระทั่ง
กระแทกกระทั้นลูกก็ตาม แล้วสิ่งนี้จะเป็น
เสน่ห์ของลูก
เพราะเขาเก่งแต่ไม่เฮง
อยู่ใน
อย ป๑๓