พระพุทธเจ้าทรงสอนวิชชาชีวิต วารสารอยู่ในบุญ ปี 2547 ฉบับที่ 19 เดือนพฤษภาคม หน้า 51
หน้าที่ 51 / 88

สรุปเนื้อหา

อะไรก็ตาม พระองค์ทรงรู้เห็นหมดทุกเรื่องที่ ปรารถนาจะรู้ด้วยสัพพัญญุตญาณ บางท่านมีคำถามว่า พระองค์สร้าง จรวดได้ไหม แค่ไปส่องดูก็รู้แล้ว ทั้งรู้ทั้งเห็น ถึงวิธีการอะไรทุกอย่างหมด แต่ความรู้นี้ไม่ เกิดประโยชน์ จะไปถึงไหนกิเลสตัวเดิมก็ยัง ติดตัวไป เพราะฉะนั้นพระองค์รู้แต่ไม่ทําแล้ว ก็ไม่สอนใครด้วย เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่หนทางดับทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเสมือนสารถี ผู้ฝึกสอนคนเป็นอย่างดี จะหาผู้อื่นเสมอ เหมือนมิได้ ครูบาอาจารย์ตามสถาบันการ ศึกษาต่างๆ สอน ยังติดอยู่ในภพ สอนแต่เรื่อง วิชาชีพ แต่พระองค์สอนวิชชาชีวิตให้บรรลุ มรรคผลนิพพานได้ หลุดจากกิเลสอาสวะได้ พ้นจากสังสารวัฏได้ ซึ่งไม่มีใครสอนได้อย่าง พระองค์ เพราะทรงทราบว่าชีวิตในสังสารวัฏ ขึ้นอยู่กับบุญและบาปเท่านั้น ถ้ายังไม่พ้น ตรงนี้ก็

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธเจ้าทรงสอนวิชชาชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อะไรก็ตาม พระองค์ทรงรู้เห็นหมดทุกเรื่องที่ ปรารถนาจะรู้ด้วยสัพพัญญุตญาณ บางท่านมีคำถามว่า พระองค์สร้าง จรวดได้ไหม แค่ไปส่องดูก็รู้แล้ว ทั้งรู้ทั้งเห็น ถึงวิธีการอะไรทุกอย่างหมด แต่ความรู้นี้ไม่ เกิดประโยชน์ จะไปถึงไหนกิเลสตัวเดิมก็ยัง ติดตัวไป เพราะฉะนั้นพระองค์รู้แต่ไม่ทําแล้ว ก็ไม่สอนใครด้วย เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่หนทางดับทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเสมือนสารถี ผู้ฝึกสอนคนเป็นอย่างดี จะหาผู้อื่นเสมอ เหมือนมิได้ ครูบาอาจารย์ตามสถาบันการ ศึกษาต่างๆ สอน ยังติดอยู่ในภพ สอนแต่เรื่อง วิชาชีพ แต่พระองค์สอนวิชชาชีวิตให้บรรลุ มรรคผลนิพพานได้ หลุดจากกิเลสอาสวะได้ พ้นจากสังสารวัฏได้ ซึ่งไม่มีใครสอนได้อย่าง พระองค์ เพราะทรงทราบว่าชีวิตในสังสารวัฏ ขึ้นอยู่กับบุญและบาปเท่านั้น ถ้ายังไม่พ้น ตรงนี้ก็ยังตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ทรงเป็นพระบรมครูของมนุษย์และ เทวดาทั้งหลาย ก็ยังไม่เคยเห็นศาสดาใดเป็น ครูของเทวดา มีแต่อ้อนวอนเทวดา มีแต่มี อยู่ใน เทวดาเป็นครู แต่พระองค์ทรงสอนมนุษย์และ เทวดา ตลอดกระทั่งถึงพรหม โดยการแสดง ธรรมสั่งสอน ให้กับพุทธบริษัททั้ง ๔ แล้วก็แก้ ปัญหาให้กับเหล่าเทวดาในยามเที่ยงคืนทุกวัน คำว่า เทวดา ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึง สมมุติเทวดาคือพระราชาหรือผู้ปกครอง ประเทศเท่านั้น หากแต่หมายถึงเทวดาจริงๆ ที่มีรัศมีโอภาส เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นต่างๆ มายืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เพื่อมาซัก ถามปัญหาพระองค์ เพราะเทวดาก็ใช่ว่าจะรู้ เรื่องราวไปทั้งหมด เพราะเทวดาก็คือ อดีตมนุษย์ แล้วก็ยังมีกิเลสอาสวะอยู่ คือยัง มีเครื่องบดบังดวงตา การเห็นแจ้งและรู้แจ้ง เพราะทิพยจักษุจะไปแทงตลอดในธรรม ทั้งปวงไม่ได้ ต้องธรรมจักษุ ทรงเป็นผู้เบิกบานเปรียบดอกปทุมชาติ ที่เปรียบกับดอกปทุมชาติ เพราะมนุษย์เคยเห็น แค่ดอกปทุมชาติ ถ้าอุปมาอย่างนี้เขาเห็นชัด แต่ถ้าบอกเบิกบานเหมือนดอกไม้บนสวรรค์ มนุษย์ไม่เห็นก็จะไม่เข้าใจ เนื่องจากพระพุทธ องค์ทรงสมความปรารถนาที่ทรงตั้งปณิธาน บำเพ็ญบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เพื่อที่ ป ๔๕ kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More