ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงเป็นผู้จ่าแนกธรรมทั้งหลาย คือ
กำหนดหัวข้อธรรมเป็นหัวข้อเรียงไปตาม
สําดับ งไม่ใช่ง่าย เช่น สูตรแห่งความสําเร็จมี
๔ ประการ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ทำไมพระองค์จำแนกได้ เพราะพระองค์ไปเห็น
มาด้วยภาวนามยปัญญา เห็นเรียงเป็นข้อๆ
และจะต้องเริ่มต้นด้วยฉันทะ มีใจรักที่จะทำ
พระนิพพานให้แจ้ง วิริยะ ทำความเพียร
จิตตะ ใจต้องจดจ่อ วิมังสา หมั่นสังเกต
พิจารณาดูว่า มีข้อบกพร่องอย่างไร แล้วก็จะ
พบวิธีแห่งการแก้ไข พบช่องทางแห่งความ
สำเร็จ จะมีเป็นข้อๆ ๑.ฉันทะ ๒.วิริยะ ๓. จิตตะ
๔.วิมังสา จะเป็นดวงธรรมอยู่ในดวงธรรม
ในแต่ละดวงมีลักษณะไม่เหมือนกัน ฉันทะ
ดวงหนึ่ง วิริยะดวงหนึ่ง จิตตะดวงหนึ่ง
วิมังสาอีกดวงหนึ่ง พอเข้าไปถึงดวงฉันทะ
จะรู้เลยว่า รสชาติฉันทะ
เป็นอย่างนี้ มีลักษณะ
อย่างนี้ มีคุณสมบัติอย่างนี้
เข้าไปในดวงที่ ๒ วิริยะ มี
รสชาติอย่างนี้ เป็นอย่างนี้
จนครบ ๔ ดวง ไม่มีดวงที่
๕, ๖, ๗ นี่คือ จำแนกธรรม
ไม่อย่างนั้นจะเรียกจำแนกธรรม ได้อย่างไร
ไม่มีนักคิดคนใดในโลกคิดเรื่องราว
เหล่านี้ได้ คิดไม่ออก คิดแล้วกะโหลกบานสติ
เฟื่อง แต่นักคิดทั้งหลายมักจะคิดว่า พระองค์
ทรงเป็นนักคิดคนหนึ่งที่คิดขึ้นมาเป็นข้อๆ แต่
ความจริงแล้วความรู้นี้ไม่ได้เกิดจากการคิด
แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นพระองค์ไปเห็น
พอเห็นแจ้งก็รู้แจ้งในทันทีว่ามีลักษณะเป็น
อย่างนี้ๆ แล้วก็เห็นเป็นเรื่องราวว่าใครที่รู้สูตรนี้
ประสบความสําเร็จอย่างไรทั้งทางโลกและ
ทางธรรม พระองค์เห็นภาพเป็นเรื่องราว
เพราะฉะนั้นทรงเป็นผู้จําแนกธรรมทั้งหลาย
ให้เห็นชัด และนำมาเปิดเผยมาเล่าให้ฟัง
ทำให้สาวกได้รู้เห็นและรับปฏิบัติสืบต่อๆกันมา
ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่ง
การประพฤติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์
ไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และในที่สุด
คือข้อวัตรปฏิบัติในการที่
จะป็นผู้บริสุทธิ์ กาย วาจา
ใจ ทําอย่างไร จุลศีลเป็น
อย่างไร มัชฌิมศีลเป็น
อย่างไร มหาศีลเป็นอย่างไร
หรืออธิศีลเป็นอย่างไร
ทรงมีพระมหา
อย
ยให้ ) ๕๐
kalyanamitra.org