ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยู่ในบุญ
ล
ต้นบัญญัติมารยาทไทย
เรื่อง : พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)
ต้นบัญญัติมารยาทไทย (ตอนที่ ๑๐)
หมวดที่ ๒ โภชนปฏิสังยุต
ข้อ ๔ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป”
ข้อ ๑๐ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่กลบแกงหรือกับข้าว
ข้อ ๑๑
ข้อ ๑๒
ด้วยข้าวสุกเพราะอยากจะได้มาก”
“ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า ถ้าเราไม่เจ็บไข้จักไม่ขอแกง
หรือข้าวสุก เพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน”
“ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ดูบาตรของผู้อื่น
ด้วยคิดจะยกโทษ”
ข้อ ๑๓ “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่นัก”
ข้อ ๔. "ภิกษุพึงท่าความศึกษาว่า เราจัก
ไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป
บางคนมีนิสัยแปลก ๆ จะตักจะกินอะไร
ชอบเจาะตรงกลางก่อน ตักข้าวหรือกับข้าว
คงนึกว่า พระองค์นี้ทำอะไรพิลึก ครอบครัวไหน
ปล่อยให้ลูกหลานท่าตามใจตัวอย่างนี้ พอลูก
โตขึ้นไปเข้าสังคมไหน จะมีปัญหาถูกเพื่อนฝูง
รังเกียจ
ในจาน ก็เจาะควักตรงกลางแบบเดียวกัน มอง
ไปเห็นเป็นสะดือกลวงโบไปหมด นิสัยอย่างนี้
ควรแก้ไขเสียเพราะไม่งาม ลำพังของที่อยู่
ในจานของเราก็ยังไม่ค่อยน่าดู ถ้ากินรวมถาด
เดียวกันแบบชาวอินเดียถาดละ ๔-๕ คน ใคร
สิ่งละอันพันละน้อยอย่างนี้อย่ามองข้าม
เพราะเป็นมารยาทที่ส่งเสริมบุคลิกและกำจัด
ขืนเจาะตรงกลางแบบนี้ เพื่อนฝูงคงไม่ชอบใจ
แน่ ๆ
ยิ่งเป็นพระ ญาติโยมเห็นท่านเจาะฉันข้าว
ในบาตรเป็นปล่องเป็นช่องกลวงโบ๋อย่างนั้น เขา
๘๖ อยู่ในบุญ มิถุนายน ๒๕๕๙
ความน่ารังเกียจทั้งหลาย ข้าวสุกที่ทายกตักใส่
บาตรหรือจานกองพูนเป็นยอดสูง เมื่อพระภิกษุ
จะฉันควรเกลี่ยให้ต่ำลงหรือเสมอกันก่อน แล้ว
จึงลงมือฉัน ส่วนอาหารอื่น ๆ เช่น ขนม
ไม่เป็นของที่พึงขยุ้มอยู่แล้ว จึงไม่ได้เอ่ยถึง
ข้อ ๑๐. “ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก
ไม่กลบแกงหรือกับข้าวด้วยข้าวสุกเพราะอยาก