การดูแลผู้สูงอายุ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2559 ต้นทาง 695 หน้า 91
หน้าที่ 91 / 178

สรุปเนื้อหา

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากได้ลูกหลานดื้อ ๆ อยู่เป็นประจำ แล้วอยากบอกให้รู้เรื่องบางอย่าง ต้องไม่ปล่อยให้ปู่ย่าตายายเอาไปผูกขาดเลี้ยง เสียเอง ผู้เฒ่าทั้งหลายก็อย่าไปวุ่นวายเลี้ยงหลาน อยู่ทั้งวัน ช่วยดูบ้างบางครั้งบางคราว เอาเวลา ส่วนใหญ่ไปถือศีลเจริญภาวนาดีกว่า ส่วนพวกลูก ๆ ทั้งหลายก็อย่าละเลย พ่อแม่ ท่านอยากกินอะไรก็ช่วยจัดมาให้ อย่า ๆ ไปนึกว่าท่าน เพราะเมื่อเราเด็ก ๆ เราสารพัด จะอ้อนท่าน ท่านก็อุตส่าห์ไปซื้อหามาให้ เพราะ ฉะนั้นตอนนี้รีบตอบแทนท่านเสีย เวลาจัดให้ก็ต้องทำด้วยความเต็มใจ ถ้า ทำด้วยความไม่เต็มใจ ผู้เฒ่าสังเกตออกแล้ว จะน้อยใจ ถ้าคนแก่น้อยใจแล้วจะอายุสั้น จำ เอาไว้ ถ้าอยากให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายอายุยืน อย่าไปทำให้ท่านน้อยใจ ข้อ ๑๒. "ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก ไม่ดูมาตรของผู้อื่นด้วยค

หัวข้อประเด็น

- การดูแลผู้สูงอายุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากได้ลูกหลานดื้อ ๆ อยู่เป็นประจำ แล้วอยากบอกให้รู้เรื่องบางอย่าง ต้องไม่ปล่อยให้ปู่ย่าตายายเอาไปผูกขาดเลี้ยง เสียเอง ผู้เฒ่าทั้งหลายก็อย่าไปวุ่นวายเลี้ยงหลาน อยู่ทั้งวัน ช่วยดูบ้างบางครั้งบางคราว เอาเวลา ส่วนใหญ่ไปถือศีลเจริญภาวนาดีกว่า ส่วนพวกลูก ๆ ทั้งหลายก็อย่าละเลย พ่อแม่ ท่านอยากกินอะไรก็ช่วยจัดมาให้ อย่า ๆ ไปนึกว่าท่าน เพราะเมื่อเราเด็ก ๆ เราสารพัด จะอ้อนท่าน ท่านก็อุตส่าห์ไปซื้อหามาให้ เพราะ ฉะนั้นตอนนี้รีบตอบแทนท่านเสีย เวลาจัดให้ก็ต้องทำด้วยความเต็มใจ ถ้า ทำด้วยความไม่เต็มใจ ผู้เฒ่าสังเกตออกแล้ว จะน้อยใจ ถ้าคนแก่น้อยใจแล้วจะอายุสั้น จำ เอาไว้ ถ้าอยากให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายอายุยืน อย่าไปทำให้ท่านน้อยใจ ข้อ ๑๒. "ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจัก ไม่ดูมาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ เวลาฉันอาหาร พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ให้พระภิกษุดบาตรคนอื่น คือ ไม่ให้ดูว่า พระรูปโน้นได้กับข้าวดีกว่าเราหรือเปล่า ได้มาก หรือได้น้อย เพราะดูแล้วอดเอามาเปรียบเทียบ ไม่ได้ บางทีเผลอพูดกระทบใจกันเข้าอีก เรื่องแบบนี้ ถ้าครอบครัวใดไม่ฝึกอบรม ลูกหลานให้ดีจะเกิดปัญหา คือ ลูก ๆ ไปบ้าน คนอื่นแล้วไปเที่ยวดูกับข้าวกับปลาของเขา ครั้น เห็นเขาอยู่ดีกินดีกว่าตัวก็อิจฉาตาร้อน ไปว่า เขาเป็นพวกศักดินาบ้าง นายทุนบ้าง ดีไม่ดี ถึงขนาดอยากเปลี่ยนแปลงการปกครองไปโน่น ๆ เป็นผลต่อไปในอนาคต กระทบกระเทือนถึง ระดับแผ่นดิน เพราะไม่อบรมลูกไว้แต่ต้นนั่นเอง ข้อ ๑๓. "ภิกษุพึงท่าความศึกษาว่า เราจัก ไม่ทําคําข้าวให้ใหญ่นัก ความจริงเรื่องนี้ไม่น่าจะต้องมาพูด แต่เห็น เมื่อก่อนหลวงพ่อยังมีเวลา พอฉันเสร็จเรียบร้อย ก็ออกเดินไปเยี่ยมทุกคนที่กินอาหารอยู่ เห็น บางคนตักคำเบ้อเร่อ บางคนก็ตักคำเล็ก ๆ แต่ พองาม บางคนตักคำเล็กไปเหมือนเด็กเล่น หลวงพ่อเองไม่ใช่หมอดู ไม่เคยผูกดวงให้ ใคร แต่เห็นอย่างนั้นก็พอจะเดาได้ว่า ใครก็ตาม ที่ตักข้าวคำโต ๆ จนล้นปาก แสดงว่าคน ๆ นั้น มีลักษณะดังนี้ คือ บ ๑. เป็นคนทำอะไรแล้วไม่รู้จักประมาณ ทำอะไรก็หยาบ ๆ แค่ปากตัวเองยังประมาณ ไม่ถูก เพราะฉะนั้นวิชาด้านศิลปะอย่าได้ไปเรียน เลย แต่ตักข้าวยังไม่รู้จักประมาณ เรื่องอื่น ๆ ประมาณไม่เป็นหรอก ๒. พ่อคนนี้แม่คนนี้จะต้องเป็นโรคเกี่ยวกับ ทางเดินอาหาร เพราะข้าวค่าโตนั้นอย่างไรเสีย ฟันก็เคี้ยวไม่ละเอียด ได้แค่เคี้ยวพอขย่า ๆ ก็ กลืนเอื้อกลงไป ลำไส้ก็ต้องทำหน้าที่หนัก แม้ ไม่ตามไปดูในห้องน้ำก็รู้เลยว่า ยายนี่ตานี่ถ่าย ๆ ออกมาหยาบเป็นขี้ช้างเลย ระบบลำไส้เสียหมด ผลต่อมาอายุไม่ยืน และถึงแม้อายุยืนก็จะมี โรคระบบทางเดินอาหารติดตัวไปจนตาย หลวงพ่อเห็นเขาแค่ตักค่าข้าวก็รู้เลยว่า เจ้าคนนี้ควรมอบหมายงานประเภท บุก ลุย ให้ทำงานประณีต ๆ อย่าได้มอบเลย ไม่มีทาง ทำได้ แต่ในเวลาเดียวกันคนที่ตักข้าวทีละเม็ด สองเม็ด เจ้านี่ตัวขี้เกียจ ทำอะไรยึด ๆ ยาด ๆ เป็นโรคบิดหลังติดเสื่อ การงานเหม็นเบื่อ ข้าวปลากินได้ อย่างนี้อย่าได้ไปใช้งานอะไรเลย ทำไม่สำเร็จหรอก ลองไปสังเกตกันนะ (อ่านต่อฉบับหน้า) มิถุนายน ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๘๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More