สมาธิ คือ จุดร่วมกันระหว่างศาสนาทุกศาสนา วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 71 เดือนกันยายน หน้า 49
หน้าที่ 49 / 94

สรุปเนื้อหา

“สมาธิ คือ จุดร่วมกันระหว่างศาสนาทุกศาสนา ความเชื่อทุกความเชื่อ และ ยังเป็นจุดร่วมกันของพระพุทธศาสนาทุกนิกายโดยเฉพาะนิกายมหายานและ เถรวาท” คำกล่าวข้างต้น คือ มธุรสวาจาอันประเสริฐ ของพระธรรมาจารย์ไม่เทา พระเถระผู้เปี่ยมด้วย คุณธรรมอันยิ่งใหญ่ มีน้ำใจกว้างขวางดุจมหาสมุทร จากประเทศไต้หวัน ท่านเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์แห่ง การค้นหาพระสัจธรรมดั้งเดิม จนบังเกิดภาพของ ชาวพุทธทั้งมหายานและเถรวาทมานั่งสมาธิด้วยกัน วางความเชื่อทางตำราหรือพระธรรมวิน มวนยทมความ แตกต่างกันในบางข้อ มาค้นหาความจริงภายใน ร่วมกัน ด้วยการวางใจไว้ตรงจุดเดียวกัน คือ การ ทําใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในโครงการ ปฏิบัติธรรม The Middle Way ภาคภาษาจีน รุ่นพิเศษ ณ สวนสุขสว่าง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๖ กรกฎาค

หัวข้อประเด็น

- สมาธิ คือ จุดร่วมกันระหว่างศาสนาทุกศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 “สมาธิ คือ จุดร่วมกันระหว่างศาสนาทุกศาสนา ความเชื่อทุกความเชื่อ และ ยังเป็นจุดร่วมกันของพระพุทธศาสนาทุกนิกายโดยเฉพาะนิกายมหายานและ เถรวาท” คำกล่าวข้างต้น คือ มธุรสวาจาอันประเสริฐ ของพระธรรมาจารย์ไม่เทา พระเถระผู้เปี่ยมด้วย คุณธรรมอันยิ่งใหญ่ มีน้ำใจกว้างขวางดุจมหาสมุทร จากประเทศไต้หวัน ท่านเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์แห่ง การค้นหาพระสัจธรรมดั้งเดิม จนบังเกิดภาพของ ชาวพุทธทั้งมหายานและเถรวาทมานั่งสมาธิด้วยกัน วางความเชื่อทางตำราหรือพระธรรมวิน มวนยทมความ แตกต่างกันในบางข้อ มาค้นหาความจริงภายใน ร่วมกัน ด้วยการวางใจไว้ตรงจุดเดียวกัน คือ การ ทําใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในโครงการ ปฏิบัติธรรม The Middle Way ภาคภาษาจีน รุ่นพิเศษ ณ สวนสุขสว่าง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จาก ค่ากล่าวเชิญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เมื่อวันคุ้มครองโลก ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา โดยมี ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้จํานวนทั้งสิ้น ๔๔ ท่าน จาก ๗ สัญชาติ ได้แก่ ไต้หวัน จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ พม่า อินโดนีเซีย ไทย แบ่งออกเป็น พระ ๕ รูป สามเณร ๑ รูป ภิกษุณี ๕ รูป ผู้ชาย ๕ ท่าน ผู้หญิง ๒๘ ท่าน ด ไม่ว่าแต่ละคนจะมีโจทย์ของชีวิตแตกต่างกัน เพียงใดก็ตาม หากใจของผู้คนเหล่านั้นกลับคืนสู่ แหล่งแห่งความสงบสุขในกลางกาย เราจักได้รับ คำตอบที่เสมอเหมือนกัน คือ ความสุขที่สว่างไสว ความหลุดพ้นที่เบาสบาย ดังเช่นผลการปฏิบัติธรรม ของคณะศิษย์หลายๆ ท่าน ของพระธรรมาจารย์ ไห่เทา ที่ได้เล่าถึงประสบการณ์ภายในให้ฟัง ดังนี้ พระธรรมาจารย์หุ้ยอิน หัวหน้าวัดสาขาซินเตี้ยน ท่านกล่าวว่า...เดิมที่อาตมาเป็นคนที่ตื่นเต้นและ เครียดง่าย เมื่อก่อนก็ฝึกสมาธิมาหลายแบบ แต่ว่า ฝึกไปก็แน่นหน้าอกไป หายใจไม่ทั่วท้อง แต่พอได้ มีโอกาสมางานวันคุ้มครองโลกกับท่านไห่เทา วันนั้น เป็นวันแรกที่ได้รู้จักและฟังวิธีการนั่งสมาธิเพื่อให้ เข้าถึงพระธรรมกาย อาตมาพยายามตั้งใจฟังทุกค่า ที่หลวงพ่อสอนและรู้สึกว่าวิธีการทำสมาธิแบบนี้ นาทีแรกก็ได้ความสุขแล้ว ของวัดพระธรรมกายเพื่อจะได้นั่งสมาธิต่อ เมื่อได้ เบอร์ติดต่อกับพระอาจารย์สุรพรชัย ท่านก็เมตตา ๑๐ ใช่เลย..... นั่งเพียง พอกลับถึงไต้หวัน อาตมาก็พยายามหาศูนย์สาขา สอนธรรมะให้ทุกครั้งที่อาตมาโทรไปถามเรื่อง ประสบการณ์การนั่งสมาธิ ก่อนมาสุขสว่างครั้งนี้ อาตมาเองก็มีอาการเจ็บขา แต่อาตมาตั้งตารอ คอยการมาที่นี่ถึง ๓ เดือน จึงไม่มีอะไรมาขัดขวางได้ แรกๆ ที่มาสุขสว่าง ทุกครั้งที่นั่งก็ปวดเมื่อยไปหมด จนกระทั่งได้ไปนั่งใต้ต้นไทรใหญ่ที่สวนเพชรแก้ว อาตมาก็ภาวนา โอม-มา-นิ-เป-เม-ฮง ไปเรื่อยๆ แค่ ลมเย็นของสวนเพชรแก้วพัดโชยมา อาตมาก็เข้า ไปอยู่ในสภาวะแห่งความเบาสบายได้แล้ว แล้วก็ รักษาสภาวธรรมนั้นมาตลอด ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน โดยทุกครั้งที่นั่งสมาธิอาตมาก็จะภาวนาคาถา โอม-มา-นิ-เป-เม-ฮง พอใจนิ่งก็หยุดภาวนาไปเอง แล้วก็อยู่กับอารมณ์นั้นไปเรื่อยๆ การนั่งสมาธิ ทำให้อาตมาเปลี่ยนไป ไม่เครียดง่าย ไม่ตื่นเต้นง่าย ความจำดีขึ้น แล้วใจก็นิ่ง ละมุนละไมมากขึ้นด้วย 53
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More