ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
“สมาธิ คือ จุดร่วมกันระหว่างศาสนาทุกศาสนา ความเชื่อทุกความเชื่อ และ
ยังเป็นจุดร่วมกันของพระพุทธศาสนาทุกนิกายโดยเฉพาะนิกายมหายานและ
เถรวาท”
คำกล่าวข้างต้น คือ มธุรสวาจาอันประเสริฐ
ของพระธรรมาจารย์ไม่เทา พระเถระผู้เปี่ยมด้วย
คุณธรรมอันยิ่งใหญ่ มีน้ำใจกว้างขวางดุจมหาสมุทร
จากประเทศไต้หวัน ท่านเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์แห่ง
การค้นหาพระสัจธรรมดั้งเดิม จนบังเกิดภาพของ
ชาวพุทธทั้งมหายานและเถรวาทมานั่งสมาธิด้วยกัน
วางความเชื่อทางตำราหรือพระธรรมวิน
มวนยทมความ
แตกต่างกันในบางข้อ มาค้นหาความจริงภายใน
ร่วมกัน ด้วยการวางใจไว้ตรงจุดเดียวกัน คือ การ
ทําใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในโครงการ
ปฏิบัติธรรม The Middle Way ภาคภาษาจีน
รุ่นพิเศษ ณ สวนสุขสว่าง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ระหว่างวันที่
๒๐ - ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จาก
ค่ากล่าวเชิญของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย
เมื่อวันคุ้มครองโลก ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา โดยมี
ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้จํานวนทั้งสิ้น ๔๔ ท่าน
จาก ๗ สัญชาติ ได้แก่ ไต้หวัน จีน ฮ่องกง สิงคโปร์
พม่า อินโดนีเซีย ไทย แบ่งออกเป็น พระ ๕ รูป
สามเณร ๑ รูป ภิกษุณี ๕ รูป ผู้ชาย ๕ ท่าน ผู้หญิง
๒๘ ท่าน
ด
ไม่ว่าแต่ละคนจะมีโจทย์ของชีวิตแตกต่างกัน
เพียงใดก็ตาม หากใจของผู้คนเหล่านั้นกลับคืนสู่
แหล่งแห่งความสงบสุขในกลางกาย เราจักได้รับ
คำตอบที่เสมอเหมือนกัน คือ ความสุขที่สว่างไสว
ความหลุดพ้นที่เบาสบาย ดังเช่นผลการปฏิบัติธรรม
ของคณะศิษย์หลายๆ ท่าน ของพระธรรมาจารย์
ไห่เทา ที่ได้เล่าถึงประสบการณ์ภายในให้ฟัง ดังนี้
พระธรรมาจารย์หุ้ยอิน หัวหน้าวัดสาขาซินเตี้ยน
ท่านกล่าวว่า...เดิมที่อาตมาเป็นคนที่ตื่นเต้นและ
เครียดง่าย เมื่อก่อนก็ฝึกสมาธิมาหลายแบบ แต่ว่า
ฝึกไปก็แน่นหน้าอกไป หายใจไม่ทั่วท้อง แต่พอได้
มีโอกาสมางานวันคุ้มครองโลกกับท่านไห่เทา วันนั้น
เป็นวันแรกที่ได้รู้จักและฟังวิธีการนั่งสมาธิเพื่อให้
เข้าถึงพระธรรมกาย อาตมาพยายามตั้งใจฟังทุกค่า
ที่หลวงพ่อสอนและรู้สึกว่าวิธีการทำสมาธิแบบนี้
นาทีแรกก็ได้ความสุขแล้ว
ของวัดพระธรรมกายเพื่อจะได้นั่งสมาธิต่อ เมื่อได้
เบอร์ติดต่อกับพระอาจารย์สุรพรชัย ท่านก็เมตตา
๑๐
ใช่เลย..... นั่งเพียง
พอกลับถึงไต้หวัน อาตมาก็พยายามหาศูนย์สาขา
สอนธรรมะให้ทุกครั้งที่อาตมาโทรไปถามเรื่อง
ประสบการณ์การนั่งสมาธิ ก่อนมาสุขสว่างครั้งนี้
อาตมาเองก็มีอาการเจ็บขา แต่อาตมาตั้งตารอ
คอยการมาที่นี่ถึง ๓ เดือน จึงไม่มีอะไรมาขัดขวางได้
แรกๆ ที่มาสุขสว่าง ทุกครั้งที่นั่งก็ปวดเมื่อยไปหมด
จนกระทั่งได้ไปนั่งใต้ต้นไทรใหญ่ที่สวนเพชรแก้ว
อาตมาก็ภาวนา โอม-มา-นิ-เป-เม-ฮง ไปเรื่อยๆ แค่
ลมเย็นของสวนเพชรแก้วพัดโชยมา อาตมาก็เข้า
ไปอยู่ในสภาวะแห่งความเบาสบายได้แล้ว แล้วก็
รักษาสภาวธรรมนั้นมาตลอด ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง
นอน โดยทุกครั้งที่นั่งสมาธิอาตมาก็จะภาวนาคาถา
โอม-มา-นิ-เป-เม-ฮง พอใจนิ่งก็หยุดภาวนาไปเอง
แล้วก็อยู่กับอารมณ์นั้นไปเรื่อยๆ การนั่งสมาธิ
ทำให้อาตมาเปลี่ยนไป ไม่เครียดง่าย ไม่ตื่นเต้นง่าย
ความจำดีขึ้น แล้วใจก็นิ่ง ละมุนละไมมากขึ้นด้วย
53