ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕๘
...ใจ สามารถทะลุผ่านธาตุหยาบได้ ทะลุกำแพง ทะลุภูเขาได้ ซึ่งเราเองก็สามารถ
ทดสอบได้ ...แต่เมื่อเราฝึกสมาธิกันมากพอ ก็จะพบว่า บ้านจริงๆ ของใจอยู่ที่
ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือ ๒ นิ้วมือ อยู่ตรงกลางตัวของเรา...
การที่ใจเป็นดวงเบานั้น สามารถอุปมาได้
กับลำแสงของไฟฉาย
ถ้าเราเอาวัตถุ ซึ่งเป็นธาตุหยาบ ๒ ชิ้น
จับมาชนกัน ก็จะเกิดเสียงดังขึ้น
๒
แต่ถ้าเอาไฟฉาย ๒ กระบอกมาส่องเข้าหากัน
ลำแสงจากไฟฉายกระทบกัน แต่ไม่มีเสียงดัง
ดังนั้นใจของคน 6 คนคิดเรื่องเดียวกัน หรือ
คิดถึงสิ่งของสิ่งเดียวกัน ใจทั้ง ๒ ดวงนี้ ก็ไม่ชนกัน
ไม่เกิดเสียงดัง เพราะว่าใจเบา ไปไหนมาไหนได้
รวดเร็ว ไม่หนักเหมือนธาตุหยาบ
ใจ สามารถทะลุผ่านธาตุหยาบได้ ทะลุกำแพง
ทะลุภูเขาได้ ซึ่งเราเองก็สามารถทดสอบได้
ให้ลองนึกถึงบ้านของเราในตอนนี้ ลอง
นึกให้ใจทะลุเข้าไปในห้องเลย เชื่อว่าทุกคน
ทำได้ ไม่มีใครที่ต้องค่อยๆ เอาใจลัดไปเข้า
ทางประตู หรือต้องทําความรู้สึกว่าบีบใจให้
เล็กๆ ก่อนถึงจะเข้าห้องไปได้ เนื่องจาก
ใจเบาจึงสามารถไปไหนมาไหนได้ดังใจนึก
๓. ใจแล่นไปได้เร็ว
ถ้าเรานั่งอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ส่งใจไปถึง
บ้านในกรุงเทพฯ การที่เราเห็นภาพบ้านอยู่ใน
ใจเราได้นั้น แสดงว่าใจกลับไปถึงบ้าน แล้ว
แล่นกลับมาที่นี่ เราจึงเห็นภาพบ้านในความคิด
ของเราได้
แสงมีความเร็ว ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์ต่อวินาที
ถ้าวัดเป็นระยะเวลาที่แสงเดินทางจาก
Go
ดวงอาทิตย์มาถึงโลก รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 6 นาที
แต่ถ้าเราลองใช้ใจนึกว่ากำลังมองดวงอาทิตย์
เราก็จะเห็นภาพดวงอาทิตย์ทันที แสดงว่าใจเดิน
ทางไปดวงอาทิตย์ ทั้งไปและกลับไม่ถึง ๑ วินาที
ใช้เวลาแค่พริบตาเดียวเท่านั้น
หรือลองสังเกตใจของเราขณะที่นั่งสมาธิก็ได้
ตอนเริ่มต้นเราก็กำลังภาวนา “สัมมา อะระหังๆ”
แต่พอรู้ตัวอีกครั้ง ใจเผลอคิดไปถึงบ้านตั้งแต่
เมื่อไรเรายังไม่รู้ตัวเลย ดังนั้นใจจึงเป็นธาตุละเอียด
ที่มีความเร็วสูงมาก
ภาพแสดงที่ตั้งจิตทั้ง ๗ ฐาน
ฐานที่ ๑ ปากช่องจมูก
ฐานที่ ๒ เพลาคา
ฐานที่ ๓ จอมประสาท
ฐานที่ ๔ ช่องเพดาน
ฐานที่ ๕ ปากช่องลำคอ
หญิงบ้างซ้าย
ชายข้างขวา ๒
หญิงข้างซ้าย
ชายช้างขวา
ฐานที่ ๗ ศูนย์กลางกายที่ตั้งจิตถาวร
ฐานที่ 5 ศูนย์กลางกายระดับสะดือ
0
๒ นิ้วมือ