ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๖
ดาวจัมพ์ เล่ม
เรือง : โค้ก อลงกรณ์
งานปั้นชิ้นเอก
ของหลวงพ่อ
ไม่ได้มีแค่รูปเหมือนหลวงปู่
สําหรับหลวงพ่อ
นอกจากจะมองออกแล้ว
ยังปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้
ต้องรีบแก้ไข
เพราะคำนี้คำเดียว
"มองแล้วไม่อยากให้
รู้สึกสะดุด”
อยู่ให
ครั้งล่าสุดที่ผมได้เข้าไปในห้องปั้น ขณะนั้นหลวงพ่อกำลังปั้น
รูปเหมือนหลวงปู่ที่จะนํามาเป็นแบบหล่อด้วยทองคำ หลวงพ่อ
กำลังปรับแต่งและเก็บรายละเอียดส่วนที่เป็นเศียรของหลวงปู่
เมื่อท่านหันมาเห็นจึงเอ่ยถามผมว่า
“ลองดูซิเหมือนไหม?”
“เหมือนครับผม”
“เหมือนใคร?”
"เหมือนหลวงปู่ครับ
หลวงพ่อมักจะพักสายตาจากการปั้น แล้วหันมาชวนคุยด้วยคำถาม
“ลองดูซิ ดูรู้ไหมว่าเป็นหลวงปู่
บางทีก็ถามว่า "ดูเหมือนหลวงปู่หรือยัง"
แม้ผมจะยืนยันว่าเหมือนมากๆ เหมือนขนาดว่าองค์จริงๆ ของ
หลวงปู่มานั่งอยู่ต่อหน้า หลวงพ่อก็ยังยืนยันว่า “นี่เพิ่งปั้นได้แต่
๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”
ก็หมายความว่า หลวงพ่อจะต้องปั้นให้เหมือ
หมือนมากกว่านี้อีก ๕๐
เปอร์เซ็นต์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ต้องปั้นต่อไปอีกให้ถึงที่สุดของ
ความเหมือน
ยิบขนาดนั้น ท่านบอกว่า
ทำไมหลวงพ่อต้องปั้นและเก็บรายละเอียดยิบขน
เวลาที่มองมาแล้วหลวงพ่อไม่อยากให้มีความรู้สึกสะดุดจุดใด
ลักจุดเลย เพราะว่าหลวงปู่ท่านเป็นบุคคลสําคัญ
บ่อยครั้งที่ผมสงสัยเมื่อเห็นหลวงพ่อเก็บรายละเอียดชนิดที่ไม่ยอม
ปล่อยให้ผ่านง่ายๆ อย่างภาพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อ
ปรับขยับบางจุดให้สูงขึ้นหรือต่ำลงอีกแค่หนึ่งหรือสองมิลลิเมตร
เป็นเราคงพอไม่ปรับแล้ว เพราะคงไม่มีใครมองออกถึงความแตกต่าง
แต่สำหรับหลวงพ่อนอกจากจะมองออกแล้ว ยังปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้
ต้องรีบแก้ไข เพราะคำนี้คำเดียว “มองแล้วไม่อยากให้รู้สึกสะดุด
เวลาที่เห็นหลวงพ่อท่างานปั้นแล้วรู้สึกประทับใจ ดูหลวงพ่อมี
ความสุขในการปั้นองค์หลวงปู่มากๆ บ่อยครั้งที่หลวงพ่อต้อง
ถอยห่างออกมา เพื่อให้ได้ระยะในการดู และเมื่อเห็นว่ามีจุดไหน
p