บทบาทของพระพี่เลี้ยง วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 485 เดือนมิถุนายน หน้า 98
หน้าที่ 98 / 181

สรุปเนื้อหา

ถ้ามาบวชทั่วไปจะรู้สึกว่ารับผิดชอบแค่ตัวเองก็พอ แต่ถ้าเป็นพระพี่เลี้ยงจะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ ตัวเองและพระที่ตัวเองดูแลอยู่ด้วย ฉะนั้นความตื่นตัวผิดกัน สำนึกความรับผิดชอบตรงนี้จะทำให้ พระพี่เลี้ยงสำรวมเป็นพิเศษ เพราะว่ามีพระน้อง ๆ คอยดูอยู่ เพราะฉะนั้นพระพี่เลี้ยงจะมีการฝึก ตัวเองแบบก้าวกระโดด เพราะสติและความตื่นตัวจะมากเป็นพิเศษ และจะมีพระธรรมทายาท รูปนั้นรูปนี้ถามคำถาม พระพี่เลี้ยงก็ต้องตอบ ถ้าตอบไม่ได้ก็ต้องไปถามพระอาจารย์ ทำให้มี ความเข้าใจธรรมะมากขึ้นไปอีก ฉะนั้นพระพี่เลี้ยงจะมีการฝึกตัวที่เข้มข้นกว่าธรรมทายาททั่วไปอย่างน้อย 5 เท่า เรียกว่าใช้ เวลาอย่างคุ้มค่า เวลาที่พระพี่เลี้ยงอบรมทั้งหมดจริง ๆ ประมาณ 5 เดือน อบรมก่อนเดือนกว่า ธรรมทายาทมาบวชอีก ๔ เดือน รวมได้ประมาณ ๕ เดือนครึ่ง เสร็จ

หัวข้อประเด็น

- บทบาทของพระพี่เลี้ยง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้ามาบวชทั่วไปจะรู้สึกว่ารับผิดชอบแค่ตัวเองก็พอ แต่ถ้าเป็นพระพี่เลี้ยงจะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ ตัวเองและพระที่ตัวเองดูแลอยู่ด้วย ฉะนั้นความตื่นตัวผิดกัน สำนึกความรับผิดชอบตรงนี้จะทำให้ พระพี่เลี้ยงสำรวมเป็นพิเศษ เพราะว่ามีพระน้อง ๆ คอยดูอยู่ เพราะฉะนั้นพระพี่เลี้ยงจะมีการฝึก ตัวเองแบบก้าวกระโดด เพราะสติและความตื่นตัวจะมากเป็นพิเศษ และจะมีพระธรรมทายาท รูปนั้นรูปนี้ถามคำถาม พระพี่เลี้ยงก็ต้องตอบ ถ้าตอบไม่ได้ก็ต้องไปถามพระอาจารย์ ทำให้มี ความเข้าใจธรรมะมากขึ้นไปอีก ฉะนั้นพระพี่เลี้ยงจะมีการฝึกตัวที่เข้มข้นกว่าธรรมทายาททั่วไปอย่างน้อย 5 เท่า เรียกว่าใช้ เวลาอย่างคุ้มค่า เวลาที่พระพี่เลี้ยงอบรมทั้งหมดจริง ๆ ประมาณ 5 เดือน อบรมก่อนเดือนกว่า ธรรมทายาทมาบวชอีก ๔ เดือน รวมได้ประมาณ ๕ เดือนครึ่ง เสร็จจากอบรมแล้วสรุปงานอีก ครึ่งเดือน รวมแล้วประมาณ 5 เดือน ซึ่ง 5 เดือนนี้จะได้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เหมือนกับเข้าหลักสูตร เร่งรัด ได้บุญไปมหาศาล ผู้มาบวชธรรมทายาทได้บุญในการฝึกอบรมตัวเองก็มหาศาลแล้ว แต่ พระพี่เลี้ยงได้ ๒ ต่อ ฝึกตัวเองแล้วต้องดูแลพระรูปอื่นด้วย อานิสงส์ในปัจจุบัน คือ ความรู้ ความเข้าใจธรรมะจะมีมากกว่า รวมเอาความเข้าใจของพระ ๒๐ รูปไว้ เพราะเวลาสงสัยทุกรูปจะมาถาม พระพี่เลี้ยง พระพี่เลี้ยงก็จะต้องรู้อะไรให้มากกว่า แล้วยังมีผลบุญก็คือ ทำให้ภพต่อไปจะเป็นคนที่ มีพวกพ้องบริวารมาก ท่าอะไรมีคนสนับสนุนช่วยเหลือเกื้อกูลเต็มไปหมด แล้วพวกพ้องแต่ละคน เป็นคนเก่งและดีทั้งนั้น เพราะว่าตัวเองเกื้อกูลพระธรรมทายาทที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรม ทำเหตุอย่างไร ก็จะได้ผลอย่างนั้น ดูแลเขาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าตัวเองก็ต้องมีพวกพ้องบริวารที่เป็นคนดี มีฝีมือ มีกำลังบุญมาก แล้วก็เกื้อกูลกันทำความดีไปตลอดทุกภพทุกชาติ เพราะฉะนั้นการบวชเป็น พระพี่เลี้ยงคุ้มมาก ๆ มาบวชเถิด ไม่อย่างนั้นจะเสียดาย และขอฝากไว้ว่า เรามีประมาณ ๑,๐๐๐ ศูนย์อบรม ศูนย์อบรมหนึ่งต้องการพระพี่เลี้ยงประมาณ ๕ รูป ขอฝากภารกิจแห่งประวัติศาสตร์นี้ ไว้กับพระอาจารย์หัวหน้าศูนย์อบรม พระธรรมทายาทรุ่นที่ผ่าน ๆ มา และผู้นำบุญทั้งหลาย ให้ ช่วยกันชวนพระพี่เลี้ยงให้ได้อย่างน้อยศูนย์อบรมละ ๕ รูป เพื่อทำให้โครงการฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยดี มาศึกษาธรรมะในช่วงอายุมากลำบากไหม? คนบวชเยอะวุ่นวายไหม? อายุบวชพระถือตามพระวินัยก็คือ ๒๐ ปีขึ้นไป จนถึงประมาณ ๖๐ ปี บางท่านเกษียณ แล้วอยากจะบวช มาได้เลย อายุถึง ๖๕ ปีก็ได้ ถ้าสุขภาพแข็งแรงก็มาได้ ถือตามพระวินัยเป็นหลัก พอบวชแล้ว อายุ ๕๐-๖๐ ปี ก็ดูหนุ่มขึ้น เพราะฉะนั้นมาเถิด รุ่นที่ผ่าน ๆ มาเขาก็ไหวกัน ขอแค่ เป็นผู้ที่สุขภาพพื้นฐานแข็งแรง ไม่เป็นภาระของส่วนรวมในการดูแล การมาบวชด้วยกันเป็นหมู่ใหญ่ ๆ มีข้อดีเหมือนเวลาเราเรียนหนังสือ ถามว่าเราดูหนังสือเอง ที่บ้านคนเดียวกับมาเข้าห้องเรียน เรียนกันทีละ ๔๐-๕๐ คน อย่างไหนดีกว่า ตอบว่าเรียนในห้องเรียน ได้ผลกว่า เพราะว่ามีความพร้อมเพรียง มีวินัย ถ้าดูหนังสือเองที่บ้าน เดี๋ยวก็ไปเดินเล่น เดี๋ยวก็ ๙๖ อยู่ในบุญ มิถุนายน ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More