ข้อความต้นฉบับในหน้า
โอวาทพระภาวนาวิริยคุณ
(หลวงพ่อทัตตชีโว)
รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี
การเดินธุดงค์ในครั้งนี้ไม่ใช่การเดินธุดงค์ธรรมดา แต่เป็นการเดินธุดงค์เพื่อความ
มั่นคงของประเทศชาติและพระพุทธศาสนาไปด้วยในตัว ในฐานะที่พวกเรามีโอกาสมาอยู่
ในสถานที่อันเป็นมหามงคล คือแผ่นดินเกิดของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
พระผู้ปราบมาร ก็อยากจะให้ข้อคิดเป็นแนวทางในการสร้างบุญสร้างบารมีของพวกเรา
ต่อไป จะได้ช่วยกันรื้อวัฏสงสารตามปณิธานที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านตั้งใจปูพื้นฐาน
ไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่
ก่อนอื่นขอให้ภาพรวมกับพวกเราว่า แท้จริงแล้วโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ หรือจักรวาล
ที่เราอยู่นี้ ก็คือคุกสำหรับขังสรรพสัตว์ทั้งหลาย แต่สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่รู้ตัวว่าตัวเอง
ติดคุก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า จักรวาลหรือโลกนี้ใหญ่นัก มองสุดสายตาก็ยังไม่สุดขอบโลก
ขอบจักรวาล เพราะฉะนั้นจึงดูเหมือนว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายมีอิสระ มีเสรีภาพ แต่แท้ที่
จริงสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดแล้วก็แก่ เจ็บ และตาย อยู่ในจักรวาลนี้ไม่มีสิทธิ์ออกไปที่ไหน
แม้อาจจะมีสัตวโลกบางประเภทที่มีฤทธิ์สามารถออกจากโลกมนุษย์นี้ไปเยี่ยมดวงจันทร์
ได้ หรือไปเยี่ยมจักรวาลอื่นได้ แต่ก็เป็นเพียงการไปเยี่ยมคุกต่างแดนเท่านั้น
นี้เป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก แต่เมื่อพระภิกษุได้ศึกษาพระไตรปิฎก
พบคำว่า การเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร ก็คิดแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของการย้ายที่อยู่ ย้าย
จักรวาล แต่ในสายตาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านบอกว่านี้เป็นเรื่องของการย้ายคุก
แม้อนันตจักรวาลก็เป็นคุก เพราะฉะนั้นจักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ก็คือ คุกซ้อนคุกไป
ตามลำดับ แม้นักดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ที่มีเจตนารมณ์จะไปดาวดวงนั้น ดวง
จันทร์ดวงนี้ ก็ยังไม่มีใครสำนึกเลยว่า โลกและจักรวาลคือคุก เมื่อโลกและจักรวาลคือคุก
นั้นเท่ากับว่าพวกเราที่นั่งกันอยู่ในที่นี้และสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลก คือนักโทษที่รอการ
ประหาร มิใช่นักโทษธรรมดา
362