ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะมีโยมเยอะ รถเยอะ ตลอดจนเสียงเครื่องยนต์ เสียง ถามอาตมาว่า...รู้ว่าลำบากขนาดนี้แล้ว ทำไมยอมมา
แตรรถที่ดังมาก และไหนจะเหม็นควันท่อไอเสียอีก แถม บวช ?? อาตมาก็อยากจะตอบว่า ก็เพราะชีวิตพระทำให้
แดดก็ร้อนจัด แต่เชื่อไหม สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำอะไร เรามีความสุขสงบทางใจมากกว่าตอนเป็นฆราวาสมาก อีก
อาตมาได้เลย จนอาตมาคิดว่าการเดินธุดงค์ในเมือง ทั้งยังเป็นเพศภาวะเดียวที่ทำให้เราเข้าถึงความบริสุทธิ์
ยากกว่าการเดินธุดงค์ในป่ามากๆ มันเป็นบทฝึกตบะ ทางกาย วาจา ใจ สูงสุดได้ เพราะวันๆ ตื่นมาก็คิดแต่เพียง
ขั้นสูง เพราะในป่ามีสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่า แต่ในเมือง ว่า เราจะทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจให้เกิดขึ้นกับตัวเอง
มีความวุ่นวายเข้ามาให้เราได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้สัมผัส อย่างไร เราจะฝึกตัวอย่างไรเพื่อให้หมดกิเลส แล้วเวลา
ความร้อนระอุของแดด แต่หากทำได้สมาธิของเราจะ อาตมาไปนำฝรั่งนั่งสมาธิ ก็ทำให้อาตมามีความสุขที่จะ
ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดอย่างเหลือเชื่อ
ทำให้เขาพบความสุขสงบที่แท้จริงของชีวิต...
ตั้งแต่อาตมามาบวชเป็นพระ รู้สึกว่า ชีวิตพระต่าง
กับตอนที่เป็นฆราวาสอย่างสิ้นเชิง คือ ไม่มีอะไรเหมือน
กันเลย เพราะต้องฝึกตัวมาก อดทนมาก แต่พอมีคนมา
ใจสู้ซะอย่าง
อาตมาชื่อ พระวิลเลี่ยม เตชกาโร อายุ 51 ปี เป็นชาวสิงคโปร์ ก่อนหน้านี้อาตมา
ทำธุรกิจเปิดบริษัทเป็นของตัวเองอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และหลังจากนั้นก็ตัดสินใจเข้ามา
บวชในโครงการบวชพระนานาชาติ เดือนกรกฎาคม ปีพ.ศ. 2554 ซึ่งขณะบวชอาตมาก็
เห็นหลวงพ่อท่านจัดโครงการเดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบ ทำให้อยากเดินมาก แต่เนื่องจาก
เขายังไม่มีนโยบายให้พระนานาชาติเดิน จึงได้แต่มองและก็นึกเสียดาย แต่ปีนี้พอรู้ว่าทาง
โครงการอนุญาตให้พระนานาชาติเดินธุดงค์ด้วย อาตมาก็ดีใจมาก และนับจากนั้นก็เร่ง
วันเร่งคืนอยากให้ถึงวันเดินเร็วๆ แต่อนิจจา โชคชะตาได้เล่นตลกกับอาตมา คือ ก่อนการ
เดินธุดงค์ประมาณ 2 เดือน อยู่ๆ อาตมาก็เกิดเป็นโรคกระดูกทับเส้น เจ็บปวดจนขาซ้าย
เดินไม่ค่อยได้ จนคิดถามตัวเองว่า แล้วอาตมาจะได้เดินธุดงค์หรือนี่ !!!
367