การติเตียนพระภิกษุ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2553 ฉบับที่ 94 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 90

สรุปเนื้อหา

ชาวบ้านทั้งหลายจึงพากันกล่าวติเตียนว่า ทำไมพระภิกษุซึ่งเป็นเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ เที่ยวจาริกตลอดฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน เที่ยวเดินเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวไร่ชาวนา แล้วยังเหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อยตายไปเป็น จำนวนมาก แม้พวกปริพาชก อัญญเดียรถีย์ ผู้เป็น มิจฉาทิฐิยังพักอาศัยอยู่ประจําตลอดฤดูฝน หรือ แม้แต่ฝูงนกก็ยังหางงอยู่บนยอดไม้ตลอดฤดูฝน แต่พระภิกษุเหล่านี้กลับจาริกไปตลอดทุกฤดูกาล นำความเดือดร้อนไปให้แก่ประชาชน และยังเป็น อันตรายแก่ชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยอีกด้วย เมื่อเหล่าภิกษุได้ยินชาวบ้านติเตียนเช่นนี้ จึงกราบทูลเรื่องนี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรง บัญญัติพระวินัยให้ภิกษุทั้งหลายอยู่จำพรรษาเป็น เวลา ๓ เดือน ภิกษุทั้งหลายต่างสงสัยว่าจะต้อง จำพรรษาเมื่อใดหนอ จึงกราบทูลถามพระพุทธองค์ พระพุท

หัวข้อประเด็น

- การติเตียนพระภิกษุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ชาวบ้านทั้งหลายจึงพากันกล่าวติเตียนว่า ทำไมพระภิกษุซึ่งเป็นเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้ เที่ยวจาริกตลอดฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน เที่ยวเดินเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวไร่ชาวนา แล้วยังเหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อยตายไปเป็น จำนวนมาก แม้พวกปริพาชก อัญญเดียรถีย์ ผู้เป็น มิจฉาทิฐิยังพักอาศัยอยู่ประจําตลอดฤดูฝน หรือ แม้แต่ฝูงนกก็ยังหางงอยู่บนยอดไม้ตลอดฤดูฝน แต่พระภิกษุเหล่านี้กลับจาริกไปตลอดทุกฤดูกาล นำความเดือดร้อนไปให้แก่ประชาชน และยังเป็น อันตรายแก่ชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยอีกด้วย เมื่อเหล่าภิกษุได้ยินชาวบ้านติเตียนเช่นนี้ จึงกราบทูลเรื่องนี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรง บัญญัติพระวินัยให้ภิกษุทั้งหลายอยู่จำพรรษาเป็น เวลา ๓ เดือน ภิกษุทั้งหลายต่างสงสัยว่าจะต้อง จำพรรษาเมื่อใดหนอ จึงกราบทูลถามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า เราอนุญาตให้เข้าพรรษา ในฤดูฝน ภิกษุทั้งหลายก็สงสัยอีกว่า วันเข้าพรรษา ในฤดูฝนเป็นวันไหนกันแน่ จึงพากันไปกราบทูล ถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงรับสั่งว่า ภิกษุทั้งหลาย วันเข้าพรรษามีอยู่ ๒ วันด้วยกัน คือ วันเข้า พรรษาต้นและวันเข้าพรรษาหลัง วันเข้าพรรษาต้น ๑ ได้แก่ วันที่ดวงจันทร์เสวยฤกษ์อาสาฬหะล่วงแล้ว วัน ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน 6 วัน เข้าพรรษาหลัง ได้แก่ วันที่ดวงจันทร์เสวยฤกษ์ อาสาฬหะล่วงแล้ว เดือน ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ หากภิกษุรูปใดมาจำพรรษาในวัน ๑ เข้าพรรษาต้นไม่ทัน ก็สามารถเข้าจำพรรษาใน วันเข้าพรรษาหลังได้ สัตตาหกรณียะ (กิจที่ทรงอนุญาตให้ไปกลับภายใน 7 วัน) ตลอดฤดูกาลแห่งการจ่าพรรษา พระพุทธองค์ทรงห้ามพระภิกษุเที่ยวจาริกไป ในสถานที่ต่าง ๆ ตลอดฤดูฝน ยกเว้นเมื่อมีเหตุ จำเป็น ที่เรียกว่า “สัตตาหกรณียะ” จึงจะทรง อนุญาตให้เดินทางในระหว่างพรรษาได้ โดยให้ กลับภายใน ๗ วัน โอวาทวันเข้าพรรษา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอังคารที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันนี้เราได้พร้อมใจกันอธิษฐานอยู่จำพรรษาที่วัดพระธรรมกาย สำหรับลูกพระลูกเณรที่บวช มาก่อนหน้านี้แล้ว พรรษาปีนี้ก็ขอให้ดีกว่าพรรษาที่ผ่านมา ส่วนพระธรรมทายาทเพิ่งอยู่จำพรรษาปีนี้ เป็นปีแรก ก็ให้ตั้งใจอย่างมุ่งมั่น ไม่ใช่เพียงแค่รักษาธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้น แต่ให้เป็นพรรษาที่เกิด ประโยชน์สุขแก่ตัวเรา ให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา และได้มาบวช มาอยู่ จําพรรษากันในครั้งนี้ ในพรรษาเป็นฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการบำเพ็ญสมณธรรม เพราะไม่ร้อนเกินไป และไม่หนาวเกินไป วัตถุประสงค์ของการบวชมีเพียงประการเดียวที่เป็นหลัก คือ การทำพระนิพพาน ให้แจ้ง สลัดตนให้พ้นจากทุกข์ หรือพูดง่าย ๆ ก็เพื่อการบรรลุมรรคผล นิพพาน เช่นเดียวกับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นบวชแล้วก็ต้องมุ่งมั่นให้บรรลุวัตถุประสงค์ อย่างนี้ ดังนั้น ทุกอนุวินาทีภายในพรรษานี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตบรรพชิตของลูกพระ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More