วัตถุประสงค์ของวารสารอยู่ในบุญ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2553 ฉบับที่ 94 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 90

สรุปเนื้อหา

อยู่ใน ที่ปรึกษา พระครูวิเทศปัญญาภรณ์ (สมบุญ สมมาปุญโญ) พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ พระวิษณุ ปญฺญาทีโป พระอารักษ์ ญาณารกฺโข พระสมุห์อำนวยศักดิ์ มุนิสกโก บรรณาธิการบริหาร พระสมบัติ รกฺขิตจิตโต กองบรรณาธิการ พระดร.สมศักดิ์ จนฺทสีโล, พระตรีเทพ ชินจุกุโร, พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส, พระมหาธีระ นาถธมฺโม, พระมหาจตุรงค์ จตฺตมโล, พระมหาเอก จนฺทูปโม, พระธนรินทร์ สิริธโร, พระมหาวีรพงษ์ สงขวํโส, พระทรงวุฒิ ชยวุฑโฒ, พระสิปปภาส พรหมสโร, พระบริบูรณ์ ธมฺมวิชโช ผศ.สุภาศิริ พะหูชนม์, วรวรรณ ถนอมพงษ์, วันชัย ภัทรโกมล, วินิช พันธุ์วิริยรัตน์, สุธิดา จินดากิจนุกูล, รัดเกล้า ลิ่วเฉลิมวงศ์, น้ำผึ้ง พุ่มมาลี, ระพีพรรณ ใจภักดี, อรพรรณ วีระกูล, เปรมจิต จงเจียมใจ, ณิชาภา พลอยพีระ, บุษบา ธาราสมบัติ, กนกพร เทศนา, มาลีวรรณ ว่อ

หัวข้อประเด็น

- วัตถุประสงค์ของวารสารอยู่ในบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อยู่ใน ที่ปรึกษา พระครูวิเทศปัญญาภรณ์ (สมบุญ สมมาปุญโญ) พระมหา ดร.สมชาย ฐานวุฑโฒ พระวิษณุ ปญฺญาทีโป พระอารักษ์ ญาณารกฺโข พระสมุห์อำนวยศักดิ์ มุนิสกโก บรรณาธิการบริหาร พระสมบัติ รกฺขิตจิตโต กองบรรณาธิการ พระดร.สมศักดิ์ จนฺทสีโล, พระตรีเทพ ชินจุกุโร, พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส, พระมหาธีระ นาถธมฺโม, พระมหาจตุรงค์ จตฺตมโล, พระมหาเอก จนฺทูปโม, พระธนรินทร์ สิริธโร, พระมหาวีรพงษ์ สงขวํโส, พระทรงวุฒิ ชยวุฑโฒ, พระสิปปภาส พรหมสโร, พระบริบูรณ์ ธมฺมวิชโช ผศ.สุภาศิริ พะหูชนม์, วรวรรณ ถนอมพงษ์, วันชัย ภัทรโกมล, วินิช พันธุ์วิริยรัตน์, สุธิดา จินดากิจนุกูล, รัดเกล้า ลิ่วเฉลิมวงศ์, น้ำผึ้ง พุ่มมาลี, ระพีพรรณ ใจภักดี, อรพรรณ วีระกูล, เปรมจิต จงเจียมใจ, ณิชาภา พลอยพีระ, บุษบา ธาราสมบัติ, กนกพร เทศนา, มาลีวรรณ ว่องเกษฎา, รัตนา อรัมสัจจากูล, ประวีร์ ธรรมรักษ์ บรรณาธิการสารสนเทศ วรรณภา พลกลาง ฝ่ายภาพ ศูนย์ภาพนิ่งและบรรณาธิการภาพ ฝ่ายศิลปกรรม ลือพงศ์ ลีลพนัง, กองพุทธศิลป์ วัลลภ นิลถนอม, ชัยชนะ กิตติโสภาพันธุ์, ภัทรา ศรีวสุธา, ศุภวิชฐ์ เหล่าเลิศพงษ์, สุพัตรา ปัญญาแสง, พีระ แสงงาม, สิริพันธุ์ สมาหารพันธุ์, สุภชา ศรีโสภิต ฝ่ายโฆษณา ปราณี ชัยผดุง ๐๘-๖๗๗๑-๒๒๖๘ ฝ่ายสมาชิก อรุณี พลกลาง ๐๘-๑๓๐๖-๕๓๙๓ ผ่องศรี ทานาแซง ๐๘-๖๙๘๐-๐๙๗๒ โรงพิมพ์ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จำกัด จัดทำโดย มูลนิธิธรรมกาย วารสาร “อยู่ในบุญ” เป็นวารสารเพื่อการเผยแผ่ธรรมะ ในพระพุทธศาสนาเป็นรายเดือน มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑.เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจใน ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเกิดกำลังใจในการปฏิบัติธรรม เพื่อเข้า ถึงธรรมะภายใน ๒.เพื่อปลูกฝังคุณธรรมแก่ประชาชนทุก เพศ ทุกวัย ทุกอาชีพและทุกระดับการศึกษา ๓.เพื่อถ่ายทอดความรู้ในพระพุทธ ศาสนา ให้ง่ายแก่การนำไปใช้ให้เป็น ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ๔.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คนใน สังคมเป็นคนดีที่โลกต้องการ ๕.เพื่อเป็นสื่อกลางในการสืบทอดอายุ พระพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกสืบไป วิธีแก้ไข...ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความฟุ้งซ่านทำให้เกิดความกังวล ห่วงใย ใจไม่สงบ ระงับ จนไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันเป็นสมาธิได้ เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการบรรลุธรรม ซึ่งก่อนจะแก้ไข ความฟุ้งซ่าน เราควรจะรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ฟุ้งซ่าน ก็คือ ความกังวล ๑๐ ประการ อันได้แก่ ความกังวลในเรื่อง ที่อยู่ ตระกูล การได้ทรัพย์สมบัติ หมู่คณะ กิจการงาน ต่าง ๆ การเดินทาง เครือญาติ ความป่วยไข้ การศึกษา เล่าเรียน และความกังวลว่าจะเสื่อมจากอิทธิฤทธิ์ หรือ กังวลว่า ฝึกสมาธิแล้วจะได้อิทธิฤทธิ์แบบนั้น แบบนี้ ซึ่ง การป้องกันและแก้ไขความฟุ้งซ่านระดับหยาบ ๆ สามารถ ทำได้โดยการสำรวมอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) รู้จักประมาณในโภชนะ ประกอบความเพียรทำให้เห็นแจ้ง ในกุศลธรรมจนหมดสงสัย และให้ประกอบธรรมอันเกื้อกูล ต่อการบรรลุธรรมทั้งกลางวันกลางคืน โดยการฝึกสมาธิ ซึ่งก่อนจะฝึกสมาธิ ก็ต้องทำความเข้าใจว่า ธรรมชาติของ จิตที่ฝึกใหม่จะไม่อยู่นิ่ง จะซัดส่ายไปในเรื่องราวต่าง ๆ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาที่เกาะให้ใจ เพื่อไม่ให้ ใจคิดโน่น คิดนี่ ฟุ้งซ่านจนเตลิดเปิดเปิง ซึ่งหากเราฟัง เป็นภาพ ก็ต้องแก้ด้วยการนึกภาพที่เป็นกุศลขึ้นมาแทน เช่น นีกถึงดวงแก้วหรือองค์พระไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หากเราฟังเป็นเสียงก็ต้องแก้ไขโดยการบริกรรมภาวนา ในใจเป็นเสียงขึ้นมาแทนว่า “สัมมา อะระหัง ๆ” การนึกถึงดวงแก้วหรือองค์พระพร้อมกับภาวนาว่า “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อย ๆ อย่างเบาสบายนั้น เป็น วิธีลัดที่เร็วที่สุด และสามารถกำจัดความฟุ้งซ่านได้ดีที่สุด หากเราเผลอไปคิดเรื่องอื่นอีก ก็ให้กลับมาเริ่มทำเช่นนี้ใหม่ เรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายใจเราก็จะอยู่ที่ศูนย์กลางกายได้นาน ขึ้นเองอย่างเป็นอัตโนมัติ แต่ถ้าหากเราฟุ้งมากจริง ๆ ใน ระดับที่ใจกระวนกระวาย ก็ให้ลืมตาดูดวงแก้วหรือองค์พระ มองเพลิน อย่างสบาย ๆ ๆ แล้วให้น้อมนำภาพนั้น มาเป็นบริกรรมนิมิต แล้วภาวนาไปพร้อม ๆ กันใหม่ ฝึกทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายเราก็จะเข้าถึงธรรม อย่างง่าย ๆ เป็นอัศจรรย์... -
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More