ข้อความต้นฉบับในหน้า
"
...สําหรับพวกเราที่จะไปชวนใคร เราก็ต้องฝึกให้ได้ แม้ยังไม่เห็นนรก
ไม่เห็นสวรรค์ แต่ว่าฝึกแล้วได้ความสว่างข้างใน เราก็พอจะรู้แล้วว่า ถ้าจะไป
เห็นนรก เห็นสวรรค์ได้ ก็ต้องเห็นโดยอาศัยความสว่างที่เราฝึกได้นี่แหละ 2)
ชัดเลยว่า “ไม่เคยหรอก” อ้าว! ไม่เคยแล้วทำไมหลวงพ่อเชื่อว่ามี ท่านบอกว่าพระไตรปิฎกบอก
ทำไมหลวงพ่อเชื่อพระไตรปิฎกขนาดนั้น ท่านตอบหลวงพ่อมาว่า ผู้ที่บันทึกพระไตรปิฎกเป็น
พระอรหันต์หมดกิเลส ท่านไม่หลอกเราหรอก ไม่รู้จะหลอกไปทำไม ก็เป็นเหตุผลที่น่าเชื่อได้ระดับหนึ่ง
แต่ลึก ๆ หลวงพ่อยังเชื่อไม่เต็มร้อย เพราะท่านเองก็ไม่เคยไปเห็นมา
จนกระทั่งมาเจอคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ครูบาอาจารย์ของพวกเรา
ครั้งแรกที่หลวงพ่อไปเจอตอนนั้นหลวงพ่อยังเป็นนักศึกษาอยู่ หลวงพ่อถามคุณยายว่า "นรกสวรรค์
มีจริงไหม” คุณยายตอบชัดเจนเลย “มีสิคุณ เมื่อยายเข้าถึงธรรมกายใหม่ ๆ
องค์พระชัดใส
ยายเข้าธรรมกายไปเยี่ยมพ่อยาย ยายอาราธนาพระธรรมกายให้ศีลแก่พ่อ ตอนนั้นไฟนรกมันดับ
ชั่วคราว พอพ่อของยายตั้งใจรับศีลเท่านั้น บุญที่เคยทำมาในอดีตชาติ ที่เกิดจากการให้ทาน
การรักษาศีล การทำภาวนา ตั้งแต่ชาติก่อน ๆ ตามมาทัน พอนึกถึงบุญเก่าออกแล้วตั้งใจรับศีล
จากพระธรรมกายเท่านั้น บุญเก่าบุญใหม่มาบรรจบกัน พาพ่อยายพ้นนรกได้ แล้วก็เนื่องจาก
พ่อยายทำบุญทำทานอย่างอื่นไว้บ้างเหมือนกัน ก็มีวิมานเก่า ๆ อยู่ในสวรรค์ชั้นต้น พ่อยายก็ไป
อยู่บนสวรรค์กับเขาได้เหมือนกัน”
หลวงพ่อได้ยินคุณยายพูดว่าไปรู้ไปเห็นมาจริง หลวงพ่อเชื่อท่าน เลยถามต่อไปว่า “อย่าง
ผมจะมีโอกาสไปรู้ไปเห็นนรกสวรรค์บ้างไหม” คุณยายตอบชัด “ได้สิคุณ ยายอ่านก็ไม่ออก
เขียนก็ไม่ได้ หนังสือก็ไม่ได้เรียน แต่ว่าเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการฝึกสมาธิกับหลวงปู่วัดปากน้ำ
ในที่สุดยายก็เห็นนรกได้ เห็นสวรรค์ได้ คุณยังหนุ่มยังแน่น การศึกษาทางโลกก็มี เพราะฉะนั้น
ถ้าคุณตั้งใจฝึกจริง ๆ ทำไมจะไม่ได้ เดี๋ยวคุณก็ได้"
เมื่อได้ผู้ที่สามารถเห็นนรกสวรรค์มายืนยัน แล้วยังให้กำลังใจอีก หลวงพ่อก็เชื่อ แต่เชื่อ
๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ครบร้อย แล้วทำอย่างไรจะครบร้อย ก็มีทางเดียว คือ ลงมือฝึก ทำภาวนา
อย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วให้ตัวเราไปเห็นเองจึงจะครบร้อย ตั้งแต่นั้นมาหลวงพ่อก็ตั้งใจฝึกภาวนา
เรื่อยมา จบการศึกษาแล้วหลวงพ่อก็เลยมาบวช นี่ก็เกือบ ๔๐ พรรษาแล้ว ยิ่งบวช ยิ่งสนุก ยิ่งบวช
ยิ่งมั่นใจว่านรกมีจริง สวรรค์มีจริง
แต่สำหรับใครที่เขายังไม่เชื่อ ก็คือยังไม่เชื่อ แต่อย่างน้อยที่สุดสำหรับพวกเราที่จะไปชวน
ใคร เราก็ต้องฝึกให้ได้ แม้ยังไม่เห็นนรก ไม่เห็นสวรรค์ แต่ว่าฝึกแล้วได้ความสว่างข้างใน เราก็
พอจะรู้แล้วว่า ถ้าจะไปเห็นนรก เห็นสวรรค์ได้ ก็ต้องเห็นโดยอาศัยความสว่างที่เราฝึกได้นี่แหละ
ฝึกเข้าไป วันหนึ่งก็จะเห็นอย่างที่คุณยายเห็น อย่างที่พระอรหันต์ท่านเห็น แล้วถ้ามีประสบการณ์
เกี่ยวกับเรื่องนรกสวรรค์มากน้อยแค่ไหนก็เล่าให้เขาฟังได้ ถ้าเขามีปัญญาพอเขาก็รู้ว่าเราไม่ได้โกหก
รู้ว่าเราตั้งใจฝึกจริง ก็พอจะคุยกันได้ เมื่อคุยกันได้ก็ชวนเขาฝึกด้วย วันหนึ่งเขาจะสัมผัสได้ด้วย
ตัวเอง วันนั้นเขาจึงจะเชื่อ แต่ถ้าแค่พูดกันแล้วจะให้เขาเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้