ข้อความต้นฉบับในหน้า
56
เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์ (www.banyaibook.com)
อยู่ให
เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้น
นิ้งหน่อง!
พอเสียงนี้ดังขึ้นรู้ได้ทันทีเลยว่ามีแขกมาเยือน บริเวณนอกชานกุฏิหลวงพ่อมักมีอาคันตุกะ
มาเยี่ยมอยู่เสมอ แขกที่มาเยือนจนเป็นขาประจำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้านกกะรางหัวขาวที่หลวงพ่อ
เคยปล่อยไว้เมื่อครั้งก่อน ๆ
นกขนสีน้ำตาลอมแดงที่มีขนสีขาวบนหัวและทาอายแชโด้สีดำที่ขอบตาทั้งสองเป็นนกที่
คุ้นเคยกับคนง่ายมาก เมื่อหลวงพ่อปล่อยไปแต่ละครั้งก็มักหาทำเลเหมาะ ๆ อาศัยอยู่ภายในวัด
และมักจะยกฝูงพาครอบครัวมาวนเวียนเยี่ยมหลวงพ่อที่กุฏิ
เมื่อแขกมาเยือนพวกเราก็ต้องทำการต้อนรับ แล้วแขกก็เริ่มติดใจเศษขนมปังที่ช่วยกันหา
มาให้จนมาเยี่ยมกันเป็นประจำทุกวัน จนเป็นที่รู้กันว่าคราใดที่รู้สึกหิวก็จะพากันมากดนิ้งหน่อง
ความจริงนกฝูงนี้แค่มายืนออกัน แล้วใช้จะงอยปากเคาะก๊อก ก๊อก! ที่หน้าประตูเพียงเท่านั้น
แต่ผมกลับรู้สึกว่าเสียงก๊อก ๆ นี้มีพลังและดังเหมือนกับมีใครมากดออดหน้าบ้าน นิ่งหน่อง นิ้งหน่อง
เพราะว่าหลายครั้งที่แอบซุ่มดูอยู่ในห้อง เพราะอยากรู้ว่าเจ้านกน้อยจะทำอย่างไร เมื่อมันกดออด
แล้วยังไม่มีใครออกมาเอาอาหารให้
ว่าแล้วมันจึงช่วยกันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวจนดังเข้าไปในกุฏิ จนหลวงพ่อต้องเอ่ยปากบอกให้
พวกเราออกไปต้อนรับ
นิ้งหน่อง!
จนในที่สุดนอกชานเป็นเหมือนโรงทานเล็ก ๆ ไปโดยปริยาย
ดังขึ้นอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้หิว พวกนกยกฝูงมาเอะอะโวยวายจนแสบแก้วหู เกิดอะไรขึ้น?
แม้ฟังภาษานกไม่ออก แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า มันกำลังมาฟ้องร้องขอความเป็นธรรม เพราะถูกไก่
เบียดเบียน
ฝูงไก่จากที่คุ้ยเขี่ยตามพื้นดินเมื่อมาพบอาหารนกบนนอกชานก็เลยถือโอกาสจัดการเสียเกลี้ยง
เมื่อนกกลับมาเห็นว่าอาหารของตนถูกแย่ง จึงทำการมากดนิ่งหน่องขอความเป็นธรรม
เอ้ก เอ้กเอ้ก เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าขันสําหรับไก่ แต่ไม่ใช่เรื่องจิ๊บ ๆ สาหรับนกแน่นอน
ขึ้นชื่อว่าชีวิต ย่อมมีผู้ที่แข็งแรง ผู้ที่อ่อนแอ มีเอาเปรียบและเสียเปรียบ มีโกง มีโดนรังแก
มีสารพัดเรื่องที่จะหมุนเวียนเข้ามาเยือนไม่รู้จบ