การศึกษาและการเข้าใจคน วารสารอยู่ในบุญ ปี 2553 ฉบับที่ 94 หน้า 65
หน้าที่ 65 / 90

สรุปเนื้อหา

ทันโลก ทันธรรม มากขึ้น ถึงคราวคนอื่นเขาไม่เข้าใจที่เราทำ พอเขา ถาม เราก็ตอบได้ทันทีว่า ทำไมเราถึงทำอย่างนี้ เรามีเหตุมีผลอย่างไร หรือถ้าเราเห็นคนอื่นทำไม่ถูก เช่น เห็นลูกทำไม่ถูก เราก็สามารถสอนลูกได้ว่า อย่างนี้ไม่ควร เพราะว่าจะเกิดผลเสียอย่างไร สิ่งไหน เขาทำดีเราก็ชื่นชม ชี้ให้เห็นว่า ดีนะลูก ทำต่อไป ถ้าเราฝึกเป็นคนมีเหตุ มีผล แยกแยะได้ ชัดเจนอย่างนี้ เราก็จะสามารถให้คำแนะนำและ สอนคนอื่นได้ ตอบคำถามคนอื่นได้ถึงพฤติกรรมของ ตัวเราเอง เวลาจะปรับจะแก้อะไรเขา เราก็ให้เหตุผล ได้ โดยไม่ใช้อำนาจเข้าข่มว่า ฉันเป็นพ่อ ฉันเป็นแม่ ลูกต้องฟังอย่างเดียว ห้ามเถียง เถียงแล้วโกรธ บางครั้งเป็นเพราะผู้ใหญ่ไม่มีเหตุผล เอาความเป็น ผู้ใหญ่เข้าข่ม เด็กเลยไม่กล้าเถียง แต่ในใจต่อต้าน ไม่ยอมรับ อย่างนี้ทำให้ยิ่งเกิด

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาและการเข้าใจคน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ทันโลก ทันธรรม มากขึ้น ถึงคราวคนอื่นเขาไม่เข้าใจที่เราทำ พอเขา ถาม เราก็ตอบได้ทันทีว่า ทำไมเราถึงทำอย่างนี้ เรามีเหตุมีผลอย่างไร หรือถ้าเราเห็นคนอื่นทำไม่ถูก เช่น เห็นลูกทำไม่ถูก เราก็สามารถสอนลูกได้ว่า อย่างนี้ไม่ควร เพราะว่าจะเกิดผลเสียอย่างไร สิ่งไหน เขาทำดีเราก็ชื่นชม ชี้ให้เห็นว่า ดีนะลูก ทำต่อไป ถ้าเราฝึกเป็นคนมีเหตุ มีผล แยกแยะได้ ชัดเจนอย่างนี้ เราก็จะสามารถให้คำแนะนำและ สอนคนอื่นได้ ตอบคำถามคนอื่นได้ถึงพฤติกรรมของ ตัวเราเอง เวลาจะปรับจะแก้อะไรเขา เราก็ให้เหตุผล ได้ โดยไม่ใช้อำนาจเข้าข่มว่า ฉันเป็นพ่อ ฉันเป็นแม่ ลูกต้องฟังอย่างเดียว ห้ามเถียง เถียงแล้วโกรธ บางครั้งเป็นเพราะผู้ใหญ่ไม่มีเหตุผล เอาความเป็น ผู้ใหญ่เข้าข่ม เด็กเลยไม่กล้าเถียง แต่ในใจต่อต้าน ไม่ยอมรับ อย่างนี้ทำให้ยิ่งเกิดช่องว่างระหว่างวัย มากขึ้น แต่ถ้าเราสามารถให้เหตุให้ผลได้ดี คนอื่น ก็พร้อมที่จะยอมรับเรา พวกเราชาวพุทธโชคดี เพราะว่าพระพุทธ ศาสนาเป็นศาสนาที่วางอยู่บนพื้นฐานเหตุและผลที่ สมบูรณ์ ใครหมั่นศึกษาหลักธรรมอย่างสม่ำเสมอ จะทําให้หูตากว้างขวาง มีความคิดที่เป็นระบบเข้าใจ เรื่องเหตุและผลได้ดี แต่คนเราไม่ได้ใช้เหตุผลอย่างเดียว บางทีมี อารมณ์ด้วยเราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจตรงนี้ว่า แต่ละคนมีกิเลส ๓ ตัวเหมือน คือ โลภ โกรธ หลง ระดับอาจต่างกันบ้าง รายละเอียดอาจต่างกันบ้าง แต่ตัวหลัก ตัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้น มี ๆ ๓ ถ้าหากเราเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเราดี รู้จัก ตัวเองได้ดี ก็จะรู้จักคนอื่นได้ดีเช่นกัน ฉะนั้น การ จะศึกษาคน รู้จักคน ไม่ต้องเริ่มจากใครเลย เริ่มจาก ตัวของเราเอง หมั่นสังเกตตัวเอง ทำความเข้าใจ ตัวเองจนกระทั่งกระจ่างเมื่อไร เราจะเข้าใจคนอื่น เห็นเขาแสดงท่าทางอย่างนี้ พูดอย่างนี้ ก็รู้เลยว่า เขาคิดอย่างไร พอเข้าใจแล้ว รู้จักอัธยาศัยของคนแล้ว เรา ก็จะมีปฏิสัมพันธ์กับทุกคนได้เป็นอย่างดี เวลาเขา มาอย่างนี้ เราควรจะตอบสนองกลับไปอย่างไร เขาจึง จะรับได้ ตรงไหนเป็นเรื่องอารมณ์ เราก็ปรับได้พอดี ตรงไหนเป็นเรื่องของถูกผิด ดีชั่ว เราก็มีวิธีการที่ จะแนะจะสอนได้อย่างพอดิบพอดีกับแต่ละคน แล้ว ช่องว่างระหว่างวัยก็จะหายไป ไม่มีปัญหาอีก ไม่ว่า จะเป็น พ่อ แม่ ลูก เด็ก ผู้ใหญ่ พี่ น้อง เพื่อนร่วม งาน ทุกอย่างจะราบรื่นหมด เพราะฉะนั้น การแก้ ช่องว่างระหว่างวัย ก็คือ การศึกษาให้เข้าใจเรื่องเหตุ และผล โดยเริ่มจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ของเรา แล้วศึกษาให้เข้าใจอารมณ์ของคน โดย เริ่มต้นจากการมีสติ หมั่นสังเกตตัวเองให้เข้าใจ จากนั้น สร้างกิจกรรมร่วมของทุกกลุ่ม ไม่ว่าใน ครอบครัวก็ตาม ที่ทำงานก็ตาม คือ การไปวัด การ ประพฤติปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะ เพื่อให้ทุกคนมี ประเด็นสนทนา ประเด็นความสนใจร่วมกัน แล้วทุก สังคมไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ก็ตาม จะสมัครสมาน สามัคคีไม่มีช่องว่างเลย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More