ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘๕
เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้นครั้งต่อไปจึงยากที่จะคาดเดาว่า จะเป็นเรื่องของนก หรือเรื่องของ
ไก่ หรือเรื่องอะไรที่จะมาเยือนที่หน้าประตู ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน
นิงหน่อง!
เป็นใครก็ต้องตกใจ เมื่อเปิดออกไปแล้วพบว่าแขกที่มาเยือน คือ มัจจุราช
เมื่อไม่นานมานี้นักสร้างบารมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งป่วยหนักและหลังจากคุณหมอตรวจเช็กแล้ว
ก็ได้ข้อสรุปว่า เธอจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน โอกาสที่จะสร้างบารมียืนยาวเหมือนคนอื่นกำลังจะสิ้น
สุดลง มัจจุราชมายืนรอแล้วที่หน้าประตู
นับเป็นจุดล่อแหลมของชีวิตและเป็นวิกฤตที่จู่โจมไม่ให้ตั้งตัว
นิงหน่อง!
ที่นอกชานตอนนี้มีแขกแปลกหน้ามาเยือนอีกแล้ว เขาแนะนำตัวว่าชื่อ "วิกฤต” ที่ตอนนี้
ชีวิตถูกแย่งชิงอาหารไป ส่วนอีกฝ่ายบอกว่าชื่อ “โอกาส” ที่กำลังพึงพอใจเมื่อได้พบแหล่งอาหาร
แห่งใหม่
นี่แสดงว่าทั้งวิกฤตและโอกาสมาเยือนพร้อมกัน
ผมนึกทบทวนตอนที่เปิดประตูทันที ผมเห็นอะไรก่อน อะไรหลัง วิกฤตหรือโอกาส
ถ้าเห็นวิกฤตก่อน แล้วปล่อยให้เข้ามาเยือนข้างใน เราก็คงทุกข์ใจจนสาหัสกว่าจะรู้ว่ามี
โอกาสดี ๆ ถูกบังและรออยู่ข้างหลัง
แต่ถ้าเห็นโอกาสที่ยืนอยู่ข้างหน้าก่อน เราจะได้ไม่ประมาทและเตรียมใจเผื่อไว้ว่ายังมีวิกฤต
ตามหลังมาติด ๆ อยู่เหมือนกัน
หรือถ้าหากเปิดมาพบเจอทั้งสองพร้อม ๆ กัน เราก็จะตัดสินใจเองว่าจะเปิดประตูต้อนรับ
ให้สิ่งใดเข้ามาเยือน
ถ้าในร้ายมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ โอกาสดี ๆ ย่อมมีอยู่ในยามวิกฤตเช่นกัน
แล้วสิ่งดี ๆ ก็มีจริง ๆ ต่อมารุ่นพี่นักสร้างบารมีที่ป่วยได้รับคำชี้แนะจากหลวงพ่อใน
หลาย ๆ เรื่อง เรื่องสําคัญและน่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับผมน่าจะเป็นการได้รู้จักมองหาโอกาสดี
จากวิกฤตครั้งนี้ให้เจอ
โรคภัยไข้เจ็บย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนเป็นเรื่องปกติธรรมดา และการลาจากโลกนี้ไปก็เป็นเรื่อง
ที่ปกติไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ พิจารณาแล้วก็เป็นจริงตามที่หลวงพ่อบอกว่าตรงนี้ยังไม่ใช่วิกฤตชีวิต
คนเรา
ๆ
ๆ
หลวงพ่อบอกว่า การที่ใจยังไม่มีที่พึ่ง ยังเข้าไม่ถึงดวงใส ๆ องค์พระใส ๆ ใจยังไม่นิ่งแน่น
มั่นคงกับองค์พระภายในนี้ต่างหาก คือวิกฤตที่แท้จริงของชีวิต
ยามที่เวลาเหลืออยู่จํากัดนี้ถ้าผมเป็นเธอ ผมต้องคิดแล้วว่าจะให้เวลาช่วงสุดท้ายที่มีค่า