การอบรมลูกให้เข้าวัด วารสารอยู่ในบุญ ปี 2558 ฉบับที่ 158 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 117

สรุปเนื้อหา

๒) อาจจะไม่เกี่ยวกับการมาวัด แต่เป็น เรื่องของการอบรมสั่งสอนลูกให้ทำงานการ ต่าง ๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความ สะอาด การจัดระเบียบข้าวของในบ้าน กิริยา ท่าทางอะไรต่าง ๆ เพราะปรารถนาให้ลูก หลานมีความสุภาพเรียบร้อยให้เต็มที่ จะไป ทีไหน ๆ ก็ได้รับความชื่นชม ไม่ทําให้พ่อแม่ เสียหน้า จึงเคี่ยวเข็ญลูกหนักไป ลูก ๆ จึง ไม่อยากไปไหนกับพ่อแม่ ถ้ามีโอกาสก็จะหนี ให้ห่าง ในการอบรมบ่มนิสัยลูก ๆ นั้น หลวงพ่อ ขอยกวิธีฝึกคนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาแสดงให้ทราบกัน พระพุทธองค์ได้แสดง ไว้ว่า การฝึกคนของพระองค์นั่น แบ่งประเภท การฝึกไปตามอุปนิสัยของคนที่ถูกฝึกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ว่าง่าย ๑) ฝึกแบบนุ่มนวล เหมาะกับคนที่ ๒) ฝึกแบบทั้งนุ่มนวลและรุนแรง เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจัง มีเชื้อดื้อ ๓) ฝึกแบบรุนแรง

หัวข้อประเด็น

- การอบรมลูกให้เข้าวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒) อาจจะไม่เกี่ยวกับการมาวัด แต่เป็น เรื่องของการอบรมสั่งสอนลูกให้ทำงานการ ต่าง ๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำความ สะอาด การจัดระเบียบข้าวของในบ้าน กิริยา ท่าทางอะไรต่าง ๆ เพราะปรารถนาให้ลูก หลานมีความสุภาพเรียบร้อยให้เต็มที่ จะไป ทีไหน ๆ ก็ได้รับความชื่นชม ไม่ทําให้พ่อแม่ เสียหน้า จึงเคี่ยวเข็ญลูกหนักไป ลูก ๆ จึง ไม่อยากไปไหนกับพ่อแม่ ถ้ามีโอกาสก็จะหนี ให้ห่าง ในการอบรมบ่มนิสัยลูก ๆ นั้น หลวงพ่อ ขอยกวิธีฝึกคนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาแสดงให้ทราบกัน พระพุทธองค์ได้แสดง ไว้ว่า การฝึกคนของพระองค์นั่น แบ่งประเภท การฝึกไปตามอุปนิสัยของคนที่ถูกฝึกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ว่าง่าย ๑) ฝึกแบบนุ่มนวล เหมาะกับคนที่ ๒) ฝึกแบบทั้งนุ่มนวลและรุนแรง เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำอะไรจริงจัง มีเชื้อดื้อ ๓) ฝึกแบบรุนแรง สำหรับปราบป คนเกเร การฝึกคนนั่นถึงอย่างไรก็ต้องเริ่มต้น ฝึกจากแบบนุ่มนวลไปก่อน คุณแม่บางคนฝึก ลูกเก่งจริงๆ ลองมาดูกันว่าคุณแม่ทําอย่างไร คุณแม่เตรียมราวตากผ้าไว้ที่บ้าน แยก ประเภทสําหรับราวตากผ้าขี้ริ้วและผ้าเช็ดพื้น เอาไว้ต่างหากจากราวตากเสื้อผ้า เท่านั้น ยังไม่พอ คุณแม่ยังแยกราวสำหรับตากผ้าขี้ริ้ว ของผู้ใหญ่และมีราวสำหรับตากผ้าขี้ริ้วของลูก ด้วย บน บบ เมื่อลูกทำอะไรหก ทำอะไรเปื้อน คุณแม่ ทำอย่างไร ๘๒ คุณแม่บอกลูกด้วยน้ำเสียงปกติ ให้ลูก อยู่ในบุญ ธันวาคม ๒๕๕๘ ไปหยิบผ้าขี้ริ้วมา 6 ผืน ผืนหนึ่งของลูก อีกผืนหนึ่งของคุณแม่ แล้วคุณแม่กับลูกก็มา ช่วยกันเช็ดถูที่ลูกทำเปรอะเปื้อนไว้ ตลอดเวลา คุณแม่ไม่ดุไม่ว่าอะไรเลย ชวนลูกคุยไปประสา แม่ลูก ช่วยกันเช็ดถูจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ลูกจะทำหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกี่ครั้ง คุณแม่ก็ทําทํานองนี้ จนกระทั่งเห็นว่าลูกทำได้ แล้วจริง ๆ วันหลังลูกท่าหก คุณแม่ก็บอกให้ ลูกไปเช็ดทำความสะอาดเอง เพราะทำเองได้ แล้ว คุณแม่ไม่ดุไม่ว่าอะไร ยังคงบอกลูกด้วย น้ำเสียงอันเป็นปกติ นี้คือการอบรมเลี้ยงดู สั่งสอนลูกแบบนุ่มนวล กำลังกายและกำลังใจ ของเด็กยังเล็กนักเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ จึงต้อง สอนแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อทำเช่นนี้ลูกจะไม่เข็ดขยาดกับสิ่งที่ แม่พร่ำสอน และจะมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่แม่ ให้ท่า ลูกสามารถทำได้ และรักที่จะเข้าหา คุณพ่อคุณแม่ เมื่อท่านพร่าสอนสิ่งใด ลูกจะ อยากจดจำและทำตาม จึงเป็นข้อเตือนใจว่า แม้พ่อแม่มีความปรารถนาดี อยากจะฝึกลูกให้ เป็นคนดี ก็ขอให้ระมัดระวังด้วย เพราะความ ปรารถนาดีนั้น ถ้าเกินกำลังของลูก ลูกตาม ไม่ทัน ลูกก็จะไม่มาด้วย จะกลายเป็นว่าพ่อแม่ ไม่สามารถพาลูกเข้าวัด ไม่สามารถห้ามลูก จากการทำความชั่ว แนะนำให้ทำความดีได้ เมื่อเข้าใจธรรมชาติของคนและการฝึก คนแล้ว ก็ขอให้เราทั้งหลายมีความพยายาม ทำดีเรื่อยไปให้ครบทุกด้าน จนสามารถเป็น กัลยาณมิตรพาสมาชิกในครอบครัวเข้าวัด ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญได้ทั้งครอบครัว www.kalyanamitra.org D
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More