การสั่งสมบุญ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2558 ฉบับที่ 158 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 117

สรุปเนื้อหา

น ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องสั่งสมบุญบ่อย ๆ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า “ถ้า บุรุษจะพึงทำบุญไซร้ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ จึง ทําความพอใจในบุญนั่น เพราะการสั่งสมบุญ น่าสุขมาให้” เพราะฉะนั้นขอให้เราทำบุญอย่าง สม่ำเสมอ บุญเล็ก บุญน้อย บุญใหญ่ ให้ทำ ไปทุก ๆ บุญ แล้วบุญที่ทำไว้จะมาส่งผลเป็น ความสุขความสําเร็จให้แก่เรา คนที่มีทรัพย์น้อยบางคนไม่เข้าวัด เพราะคิดว่าไม่มีเงินทำบุญ จะอธิบาย ให้เขาฟังอย่างไร? ให้เขายึดหลักที่ถูกต้อง คือ ถ้าทำบุญ ด้วยจิตที่เลื่อมใสมาก จะได้บุญมาก สาระ สําคัญอยู่ตรงนี้ ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ท่าเต็ม กำลังศรัทธาของตน จะได้บุญมาก มีคนหนึ่ง ทําอาชีพเก็บผักบุ้งขาย พวกเราไปชวนเขา ทอดผ้าป่า เขาฟังจนเกิดความปีติ ควักเงินออก มาทำบุญ ๑ บาท แต่ ๑ บาทของเขามีค่ามาก ในกระเป๋ามีอย

หัวข้อประเด็น

- การสั่งสมบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

น ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องสั่งสมบุญบ่อย ๆ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า “ถ้า บุรุษจะพึงทำบุญไซร้ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ จึง ทําความพอใจในบุญนั่น เพราะการสั่งสมบุญ น่าสุขมาให้” เพราะฉะนั้นขอให้เราทำบุญอย่าง สม่ำเสมอ บุญเล็ก บุญน้อย บุญใหญ่ ให้ทำ ไปทุก ๆ บุญ แล้วบุญที่ทำไว้จะมาส่งผลเป็น ความสุขความสําเร็จให้แก่เรา คนที่มีทรัพย์น้อยบางคนไม่เข้าวัด เพราะคิดว่าไม่มีเงินทำบุญ จะอธิบาย ให้เขาฟังอย่างไร? ให้เขายึดหลักที่ถูกต้อง คือ ถ้าทำบุญ ด้วยจิตที่เลื่อมใสมาก จะได้บุญมาก สาระ สําคัญอยู่ตรงนี้ ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ท่าเต็ม กำลังศรัทธาของตน จะได้บุญมาก มีคนหนึ่ง ทําอาชีพเก็บผักบุ้งขาย พวกเราไปชวนเขา ทอดผ้าป่า เขาฟังจนเกิดความปีติ ควักเงินออก มาทำบุญ ๑ บาท แต่ ๑ บาทของเขามีค่ามาก ในกระเป๋ามีอยู่แค่บาทเดียว เขาท่า ๑ บาท หมดตัวแล้ว แบบนี้ก็ได้บุญเยอะ “เมื่อมี จิตเลื่อมใสแล้ว ทักษิณาทานหาชื่อว่าเป็นของ น้อยไม่” นี้คือโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราเลื่อมใสเมื่อไร สิ่งที่ทำลงไปเป็นบุญทั้งนั้น ใครมีทรัพย์มาก มีความเลื่อมใสมาก ก็ทำ เต็มที่เต็มกำลังศรัทธา คนมีทรัพย์น้อยถ้าท่า เต็มกำลังศรัทธาของตัวเอง ก็จะได้บุญเยอะ เพราะฉะนั้นมาเถิด ที่วัดเปิดกว้าง สําหรับทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ คนทั่วไป หรือคนยากจน ก็สามารถมาได้ รถก็ขึ้นฟรี ที่วัดก็มีข้าวเลี้ยง หลวงพ่อวาง คอนเซปต์ไว้เมื่อสร้างวัดว่า ฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่ควรจะเป็นเครื่องกีดกั้นการศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม ท่านจึงเปิดโอกาสให้ทุกคน สามารถมาปฏิบัติธรรมและศึกษาธรรมะได้ แบบสะดวกที่สุด ขึ้นรถมาฟรี กินข้าวฟรี แล้ว ก็กลับบ้าน ใครมีเงินจะทำบุญ ๑ บาทก็ได้ หรือจะทำ ๕ บาท ๑๐ บาท แล้วแต่ว่ามีทรัพย์ มีศรัทธาเพียงใด ก็ทำให้เต็มกำลังศรัทธา จะทราบได้อย่างไรว่าช่วงไหนบุญเรา มากขึ้น ช่วงไหนบุญน้อยลง? ๆ ถ้าหากเรานั่งสมาธิได้ดี เราจะไปเห็น ดวงบุญได้เลย บุญเป็นดวงใส ๆ อยู่ที่ศูนย์กลาง กายของเรา บาปเป็นดวงดำ ๆ มืด ๆ เวลาที่ ใจเราแปดเปื้อน ดวงบาปจะมาคลุมเคลือบ ทําให้ใจเสียคุณภาพ นี้คือกรณีคนที่นั่งสมาธิ ดีแล้วไปเห็น แม้ว่าคนส่วนใหญ่ยังนั่งสมาธิ ไม่เห็น แต่ก็รู้ได้จากอาการของบุญหรือบาป ที่แสดงออกมา เมื่อไรที่บุญส่งผล เวลาจะทํา อะไรรู้สึกมันราบรื่น เย็น ๆ สบาย ๆ และ สำเร็จง่าย แต่พอบาปส่งผล ทำนั่นก็ติดขัด ท่านี่ก็มีปัญหา เรื่องราวร้าย ๆ ก็จะเข้ามา แต่ ตอนบุญส่งผลจะมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามา มีคนมา ช่วยเหลือ ทุกอย่างราบรื่นสำเร็จหมด แต่เรา ต้องเข้าใจหลักวิชาด้วยว่า บุญเกิดจากการ ประมวลรวม บาปก็เช่นเดียวกัน อย่างเช่น ๆ การสร้างบุญมีทั้งการให้ทาน รักษาศีล และ เจริญสมาธิภาวนา เราอย่าไปติดว่าทำบุญคือ ทำด้วยเงินอย่างเดียว นั่นเป็นส่วนหนึ่ง แต่เรา ต้องมีศีลและมีสมาธิด้วย ดังนั้นถ้าตอนไหน ใครไปทำผิดศีล สมาธิก็ไม่นั่ง บาปจะได้ช่อง ส่งผล จะมาตัดรอนและขวางบุญ จะทำให้ ทุกอย่างสะดุดไปเลย วิธีแก้ก็ต้องเอากระแสของบุญมาเสริม ทั้งการให้ทาน การรักษาศีล แล้วก็ตั้งใจ บ ธันวาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๕ www.kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More