ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิสาขบูชา
วันที่พระชนะมาร
“เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก
เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก
การเกิดครั้งนี้เป็นการเกิดครั้งสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีต่อไป”
ย้อนไปเมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีที่แล้ว ณ ดินแดน
ภารตะ ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5 พระมหาบุรุษ
ได้ถือกำเนิดเกิดกายเนื้อ ด้วยการประสูติจากครรภ์
ของพระนางสิริมหามายา ณ ลุมพินีวัน เมื่อเสด็จ
ไปได้ ๗ ก้าว เหลียวซ้ายแลขวาทั้งเบื้องบนเบื้องล่าง
จะหาใครในโลกนี้ที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าพระองค์ไม่มี
จึงได้เปล่งอาสภวาจาซึ่งเป็นวาจาที่บ่งบอกว่าพระองค์
เสด็จอุบัติขึ้นมาในโลกเพื่อชัยชนะเท่านั้น เหล่าเทวดา
แซ่ซ้องสาธุการสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหมื่นโลกธาตุ
ทรงชนะมารนอกตัว
๓๕ ปีต่อมา วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน 5
เหตุอัศจรรย์ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระมหาบุรุษได้
ชัยชนะอย่างแท้จริง ด้วยการบรรลุธรรมกายอรหัต
เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าที่พระพุทธองค์
จะได้ทรงตรัสรู้ธรรมต้องเจอศึกหนักหน่วงหลายชั้น
ไม่ว่าจะเป็นการบาเพ็ญทุกรกิริยาที่แทบเอาชีวิต
ไม่รอด ซ้ำยังทรงต้องมาเจอมารผจญ มาขัดขวาง
การตรัสรู้ธรรม แสดงเล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทาง อันได้แก่
อิทธิพล ทวงสิทธิ์ตน กลมายา
อิทธิพล การใช้กำลังเข้าปล้นชิงบัลลังก์ โดย
การบันดาลฤทธิ์ต่างๆ นานา พุ่งเข้าใส่พระพุทธองค์
เช่น จักราวุธ และห่าฝนอันตราย ๙ ชนิด เป็นต้น
โดยมุ่งหมายว่าจะทำลายพระมหาบุรุษให้แหลกลาญ
เลยทเดยว
ทวงสิทธิ์ตน การเอาบัลลังก์ที่นั่งว่าไม่ใช่ของ
พระโพธิสัตว์ อ้างพยานยืนยันว่าเป็นของตน
กลมายา การส่งธิดามาร ๓ ตน มาขับร้อง
ฟ้อนรำให้ชม หวังจะให้พระพุทธองค์เกิดกิเลสราคะ
แล้วลุ่มหลงตกหลุมพรางของตน
พระบรมโพธิสัตว์ทรงอาศัย “ความสงบสยบ
ความเคลื่อนไหว” ทรงเอาบุญบารมีเป็นที่พึ่ง ทำให้
หมู่มารมิอาจทำอันตรายได้แม้เพียงทำชายจีวร
ให้ปลิวไหว จนต้องพ่ายแพ้ราบคาบไป นี้นับเป็น
ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ในบรรดาชัยชนะตลอด
พระชนม์ชีพของพระพุทธองค์