ข้อความต้นฉบับในหน้า
คหบดีผู้สละเรือนออกบวช
ในอดีตกาลได้มีต้นแบบผู้มีบุญในกาลก่อน
ซึ่งแม้จะสมบูรณ์พร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ
และคุณสมบัติในทางโลก แต่ครั้นวันหนึ่ง เมื่อเล็งเห็น
ว่า วิถีชีวิตที่ดำรงอยู่นั้นไม่ใช่วิถีแห่งการพ้นทุกข์
จึงได้สละเรือนออกบวช เพื่อแสวงหาหนทางแห่ง
พระนิพพาน ดำเนินชีวิตสู่วิถีอันมีแก่นสาร และ
เรื่องราวชีวิตของพระธรรมาจารย์ไม่เทา ก็ได้ดำเนิน
รอยตามผู้มีบุญในกาลก่อนดุจเดียวกัน
ก่อนออกบวชพระธรรมาจารย์ไม่เทา ถือกำเนิด
ในครอบครัวที่มีความเชื่อแบบชาวจีนพื้นเมือง
อย่างเคร่งครัด ในวัยเยาว์ท่านเข้ารับการศึกษาใน
โรงเรียนคริสต์ ท่านจึงเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่
เคร่งครัดคนหนึ่ง เมื่อจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
ท่านได้แต่งงานมีครอบครัวกับกุลสตรีชาวจีนผู้มี
ฐานะท่านหนึ่ง มีบุตรด้วยกัน ๑ คน ธุรกิจการงาน
ของท่านที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ
อย่างมาก จัดเป็นผู้มีฐานะระดับคหบดีคนหนึ่งของ
ไทเป ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ
ชีวิตท่านก็เกิดขึ้น เมื่อท่านได้เห็นพระพุทธรูปที่มี
ลักษณะประกอบไปด้วยความเมตตา และได้พบกับ
พระภิกษุที่มีศีลาจารวัตรงดงามที่วัดหุ้ยชื่อเจียงกัง
ท่านจึงเริ่มสนใจศึกษาพระพุทธศาสนา ต่อมาท่าน
ตัดสินใจออกบวชในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๖ ที่
วิหารเอี่ยน จังหวัดสินธุ์ ได้รับฉายาในเวลาต่อมาว่า
พระธรรมาจารย์ไม่เทา
"อาตมาคิดว่า พระทุกรูปที่มาบวชก็เพื่อบรรลุ
ถึงความสุขที่แท้จริง หลังจากเข้าใจและซาบซึ้งถึง
ความทุกข์ของชีวิตฆราวาสแล้ว บางคนโชคดีสามารถ
บวชได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่อาตมานั้น อายุ ๓๕ ปี
แล้วถึงได้มาบวช ก่อนนั้นอาตมาได้แต่งงานและมี
ลูกชาย ๑ คน ปกติคนทั่วไปต่างคิดว่า เมื่อมีเงิน
มีบ้าน มีรถ มีภรรยาที่น่ารัก มีลูกที่น่าเอ็นดู ก็น่า
จะมีความสุขมาก เพราะเป็นเป้าหมายของชีวิต แต่
พออาตมามีสิ่งเหล่านี้เพียบพร้อม กลับรู้สึกว่ายังมี
ความทุกข์ ไม่มีความเป็นอิสระ
ต่อมา เมื่อกิจการเจริญใหญ่โตขึ้น ก็มีเรื่อง
ยุ่งยากให้ต้องเข้าไปจัดการมากขึ้น มีความทุกข์
มากขึ้น ทำให้อยากรู้ว่า เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร
กันแน่ ซึ่งหลังจากที่มีลูกแล้ว ก็รู้สึกถึงความรัก