หน้าหนังสือทั้งหมด

ความจริงเกี่ยวกับสังขารร่างกาย
182
ความจริงเกี่ยวกับสังขารร่างกาย
… ผู้ชายจึงดีในหญิง หญิงจึงยินดีในชาย ร่างกายนี้จะหาที่น่ายินดีดีในส่วนในร่างกาย เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน น้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ และปัสสาวะ แม้ส่วนหนึ่งที่นำไปจากร่างกายแล้ว คนทั้งหลายก็ไม่ปรารถนาจะถูกต้องแม่ด้วยม…
บทความนี้พูดถึงแนวคิดที่ว่าร่างกายมนุษย์เป็นของไม่สะอาดและปฏิกูล โดยกล่าวถึงว่าความหลงใหลในร่างกายเป็นเหมือนการถูกปกปิดด้วยเครื่องตกแต่งต่างๆ ทำให้ผู้คนไม่เข้าใจความสำคัญของการเห็นความจริงของร่างกาย โ
ร่างกายเป็นปฏิกูลและการปฏิบัติธรรม
185
ร่างกายเป็นปฏิกูลและการปฏิบัติธรรม
…สะอาด ไม่น่าดู ไม่น่ามอง ตั้งแต่ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ลูกนัยน์ตา หู จมูก ปาก ลิ้น น้ำตา ขี้ไซ น้ำมูก น้ำลาย น้ำเหงื่อ น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำมัน เปลวมัน น้ำดี ละออง กระดูก เนื้อ เลือด เอ็น เยื่อในกระดูก ปอด …
ร่างกายของเราถือเป็นปฏิกูลซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก ทั้งภายนอกและภายใน โดยมีการอธิบายถึงความจำเป็นในการปฏิบัติธรรมเพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางจากความเป็นปฏิกูลนี้ การมองร่างกายเทียบเสมือนถังขยะที่มีงานท
การมองเห็นสภาพของปฏิกูลในร่างกาย
186
การมองเห็นสภาพของปฏิกูลในร่างกาย
…่งสกปรก สิ่งเน่าเหม็น และสิ่งน่ารังเกียจไหลอออกตามช่องทวารต่างๆ อยู่ตลอดทุกวัน ขนาดเราเห็นเหงื่อใคร น้ำลาย ขี้ ขี้ตา ขี้มูก อุจจาระ ปัสสาวะของเราเองแท้ๆ เรายังรู้สึกรังเกียจ ไม่อยากดม ไม่อยากโดน และสิ่งปกติ…
เนื้อหาเกี่ยวกับความจริงของสิ่งขับร่างกายที่เป็นปฏิกูลและความรู้สึกน่ารังเกียจที่มีอยู่ในมนุษย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของสังขารและความเสื่อมของร่างกาย พระมหาติ คุณธัญโม เรียกร้องให้ผู้อ่านฝึกObs
ความปฏิกูลของร่างกายมนุษย์
193
ความปฏิกูลของร่างกายมนุษย์
…น้ำมูก น้ำตา ต้องเปร่งฟันตอนเช้า นอนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารเพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ของน้ำลายที่หลังออกมาและตกค้างอยู่ในปากตลอดคืน เป็นต้น กายเรานั้นใด กายคน อื่นก็ฉันนั้น มองอย่างนี้แล้วเราจะท…
บทความนี้กล่าวถึงความเข้าใจเรื่องความปฏิกูลของร่างกายมนุษย์ เช่น การสังเกตจากภายนอก ความเจ็บป่วย และความแก่ชรา เพื่อสะท้อนให้รู้ว่าร่างกายของทุกคนมีสิ่งปฏิกูลเหมือนกัน และเสนอวิธีคิดเพื่อกลับมาสำนึกถึ
ความเป็นปฏิกูลของร่างกาย
198
ความเป็นปฏิกูลของร่างกาย
…่างๆ เหล่านั้นล้วนหลอกลวงเหมือนผักชีโรยหน้า เช่น เอาหนังมาปิดบังของเสียที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มือ น้ำลาย น้ำหนอง เป็นต้น ดังนั้นต้องมีสติและใช้ปัจจิภาณถึงความเป็นจริงลั้นนั้น ก็จะเห็นไปตามความเป็นจริงว่่า…
บทความนี้พูดถึงความรู้เกี่ยวกับร่างกายที่เรามักมองว่าเป็นปฏิกูล ทั้งจากมุมมองของพระธรรมและเหตุผลทางจิตวิทยาที่เราต้องมีสติและมองเห็นถึงความจริงของร่างกายว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเพียงสิ่งปฏิกูลที่เราต้องทำ
ความสำคัญของมารยาทไทยและพระพุทธศาสนา
63
ความสำคัญของมารยาทไทยและพระพุทธศาสนา
…ๆ แล้วไม่ควรล้ยง และน่าจะอิดกับแย่โฟนทั้งนั้น น้ำที่ออกมาจากตัวเรา เช่น น้ำลุก น้ำเสียวเมอร์ไง หรือ น้ำลาย ลองใครวันน้ำลายให้เราดัง สักอ้าย จำก็ไม่เอา เคืองตายเลย ที่เห็นจะพอดูกับน้ำตาของบางคน ดูสวยดี หยดเห…
มารยาทไทยมีต้นกำเนิดจากพระพุทธศาสนาซึ่งได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่ปัจจุบัน การปฏิบัติตามมารยาทเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีกฎระเบียบทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ทำให้ส
ความสำคัญของใจในพระพุทธศาสนา
17
ความสำคัญของใจในพระพุทธศาสนา
…เป็นกระดูกของเรา ๒. ฐานน้ำ คือ ส่วนที่เป็นของเหลว อยู่ในร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำเหลือง น้ำลาย หรือก็ถือว่าเป็นส่วนที่เป็นฐานน้ำ ๓. ฐานลม คือ ส่วนที่เป็นลมพัดเคลื่อนไหวอยู่ในตัว เช่น เป็นออกซิ…
เนื้อหานี้พูดถึงความสำคัญของใจในชีวิตมนุษย์ โดยแบ่งสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับร่างกายออกเป็น 4 ฐาน ได้แก่ ฐานดิน, ฐานน้ำ, ฐานลม และฐานไฟ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ร่างกายมีชีวิต ต่อมาเน้นถึงบทบาทของใ
ธาตุทั้ง ๖ ในร่างกาย
305
ธาตุทั้ง ๖ ในร่างกาย
…ธาตุ วิญญาณธาตุ คือใสในสุด เป็นธาตุุ ธാണน้ำ คุมเกี่ยวกับเรื่องน้ำในกายเรา น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำตา น้ำลาย น้ำต่างๆ ในกาย ธาตุไฟ คุมเรื่องไฟในกายเรา ไฟให้ความอบอุ่น ไฟเผา ผลาญอาหาร ไฟเผาลบล้างขยาด เป็นต้น …
เนื้อหานี้อธิบายเกี่ยวกับธาตุทั้ง ๖ ที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม อากาศธาตุ และวิญญาณธาตุ โดยแต่ละธาตุต่างมีบทบาทในการทำงานและควบคุมระบบในร่างกาย ตั้งแต่เนื้อเยื่อจนถึง
มหัททิภิกเปตร: ความสำคัญในพระพุทธศาสนา
454
มหัททิภิกเปตร: ความสำคัญในพระพุทธศาสนา
มัททิภิกเปตร เป็นเปรตมีกุฎิรังงง ดู เทพยายาม มีสีสว่าง กำลังกันหน้ากินคุณ หรือ ของ สลปรก น้ำมูก น้ำลาย เสมะแ เป็นต้น ด้วยความหิวโหย มหัททิภิกเปตรมีทั้งจากคูหัสว์ และบรรพชิต มุขพ กรรมคือ อดมดูตอนเป็นมนุษ…
มหัททิภิกเปตรเป็นเปรตที่มีลักษณะทางกายและจิตใจซึ่งเกิดจากกรรมในอดีต ในช่วงที่เป็นมนุษย์ได้มีโอกาสบวชในพระพุทธศาสนา แต่ไม่สามารถรักษาศีลได้ นำไปสู่การเป็นมหัททิภิกเปตรหลังความตาย ซึ่งเน้นถึงผลของการไม่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและความสะอาดของจิตใจ
17
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและความสะอาดของจิตใจ
…่อป่าช้า แม่ป่าช้าคลื่นที่ มิโช่หรือทุกสิ่งที่ออกจากกายคนสกปรกหมด ไม่ว่าจะเป็นหัว ขี้น ขี้ตา ขี้มูก น้ำลาย เหงื่อไคล อาจจาระ ปัสสาวะ ทุกอย่างที่ออกจากตัวมนุษย์สกปรกทั้งหมดไม่มีอะไรดี ยกเว้นความดีที่ตั้งแต่เ…
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมองเห็นความสกปรกในสิ่งที่มนุษย์ทำ และว่าทุกสิ่งที่ออกจากร่างกายมนุษย์นั้นสกปรก ยกเว้นความดีที่ทำให้กัน ความคิดนี้เชิญชวนให้เราคิดถึงการทำความดี และรักษาความสะอาดในชีวิตเพื่อสร้าง
โรค 6 ประจำกาย
42
โรค 6 ประจำกาย
…แล้ว ๒. หันที่เกิดมาด่างคนต่างก็ผลิตขยะออกมาจากกาย ตั้งแต่ออกเป็นอากาศเสีย พร้อมกับผลิตน้ำตา น้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ ฯลฯ ก่อนความสกปรกเปื้อนเปรอะทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อมไปตลอดชีวิต ๓. หากผู…
โรค 6 ประจำกายที่มีอยู่ในมนุษย์ ได้แก่ โรคหนาว, โรคคร้อน, โรคหิว, โรคกระหาย, โรคปวดอุจจาระ และโรคปวดปัสสาวะ เป็นอาการกระสับกระส่ายที่ทุกคนต้องเผชิญตั้งแต่เกิด สนามที่เหล่านี้สามารถสร้างพิษสงร้ายกาจที่
การสอนเด็กเกี่ยวกับสัตว์และการดูแลบ้าน
109
การสอนเด็กเกี่ยวกับสัตว์และการดูแลบ้าน
…นำ สอนให้เหตุผลแก่ลูก ไม่ให้นำสัตว์มานอน และอยู่ร่วม เพราะเป็นทางมาของเชื้อโรค เช่น ปัสสาวะ ของจาระ น้ำลาย หรือขนของสัตว์ ของอันตรายต่าง ๆ และการเบียดเบียน ซึ่งเป็นที่มาของกรรมชั่ว และการผิดศีล 4. พ่อแม่พา…
พ่อแม่ควรสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยการพูดคุยเกี่ยวกับสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัว โดยให้เด็กสังเกต ลักษณะ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสัตว์ สอนให้เรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางที่สัตว
การปฏิบัติของภิกษุในเรื่องการบริโภค
58
การปฏิบัติของภิกษุในเรื่องการบริโภค
…ลงชื่อ พูดจายกยอประจบประแจงเกินความจริง ไป ดูแล้วน่าสมเพช เพราะท้ายกเขาสะป่ายเกี้ยเนือนบัวเนืเฟิร์ (น้ำลาย) ออกจากปาก พระภิกษุเองหากไปด้วยความอยาก ถูกกลลส ครอบงำแต่ต่อออกจากวัดไป จะอาบุญที่ไหนไปให้ทยอยผัวอว…
บทความนี้พูดถึงการปฏิบัติของภิกษุในเรื่องการบริโภคทั้งปัจจัย 4 และอาหารจากคนอื่น โดยมีการเน้นถึงความสำคัญในการมีสติไม่ควรถือตื่นเพราะรังเกียจหรือชื่นชมอาหารมากเกินไป เช่น การไม่สรรเสริญหรือดีใจเมื่อได