ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก็ต้องเสียเงินและเสียเวลาใช้ ถ้าถูกอย่างสำคัญร้ายแรงเช้า ร่างกายไม่นาย
เรา ฤาทั้งนายทั้งเรา แตกหักเถลิกเปิกปอกชอกช้ำ จนถึงแก่ชีวิตอันตรายก็ได้
เพราะฉะนั้น เราควรจะระวังอันตรายต่าง ๆ ให้มาก เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เขา
เป็นกันมาแล้ว เราก็ย่อมรู้สึกบ้างไม่ใช่ๆๆ ว่ามันมีทางเสียทั้งนั้น หาดีและเสมอ
ตัวบ่มิได้ เพราะเหตุฉะนั้น เราอย่าเผลอและระวังให้มาก จะขับรถไปมากอย่า
ให้เร็วปรูดเกินไปนั่งก็ไม่สบาย และจะแข่งขันเอาไปรค์กับใครที่ไหนเล่า เมื่อเร็วมาก
จะยับยั้งในเหตุการณ์อะไรที่มีขึ้นบ้างก็ไม่สู้ทันท่วงที จึงไม่จำเป็นต้องเร็วนัก
อีกประการหนึ่งจวนถึงที่เลี้ยวก็ดี ที่มีถนนและตรอกทางผ่านก็ดี และ
ที่ทางคับขันก็ดี ฤาที่ประชุมชนคนพลุกพล่านก็ดี ผ่านทางกับรถรางรถไฟก็ดี
ต้องเดินช้า ๆ และเปิดแตรยาว ๆ มาก กับยับยั้งตั้งใจระวังให้มาก ดูซ้ายแล
ขวาให้รอบคอบ เพราะอันตรายจะมีย่อมมีตำบลดังกล่าวนี้เป็นพื้น เหตุอันตราย
ที่เป็นกันมาก็ด้วยเผลออย่าง ๑ อวดฤทธิ์อวดแรงอย่าง ๑ อวดฤทธิ์อวดแรง
นั้นได้กับว่าข้าฝีมือดี คล่องแคล่ว เชี่ยวชาญ แข็งแรงพอทุกอย่างในทางหนึ่
ทีไล่ ช้าไม่ใคร่ได้ เสียรัศมีไป ฤาดูเหมือนคนขับไม่เป็น รถของเราก็ดีและเร็ว
อยู่ข้างหลังรับฝุ่นละอองของใครไม่ยอม ออกจะเป็นเช่นนี้ จึงโดนกับโยงเข้า
บ่อย ๆ แต่ว่าอันตรายสำคัญ ๆ มักจะนายผู้ชายไม่ใคร่ได้ไปในรถโดยมาก
เพราะเหตุฉะนี้และพ่อเอ๋ย จงระวังระไว้ให้ดี อย่าเผลอ อย่าขับให้รุนแรง แข่งขัน
กันทําไมไม่ต้องการ ถึงรถม้าก็เหมือนกัน ยับยั้งแต่พอควร กว่า อันตรายที่จะ
ไม่มี ฤาน้อยลง เพราะอยู่ในสามารถมนุษย์ทำได้ควรทำ
สำหรับข้อนี้ ผู้เขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดลออแล้วคือ สอนคนขับรถว่าไม่ให้ประมาท
เลินเล่อ หรืออยากดัง ขับรถเร็วจนเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถม้าที่ใช้ในสมัยก่อน
เพราะถ้าพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิตได้ และประการสำคัญ อย่าทำตัวเป็น
คนโง่แล้วขยัน คือไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ดีพอ และไม่ศึกษาให้ดีเสียก่อน พอเห็นเครื่องยนต์
เสีย ก็พยายามซ่อมเอง ถอดไปถอดมาแล้วใส่คืนไม่ได้หมด กลายเป็นฝรั่ง (ญี่ปุ่น) ทำเกิน
สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม หลวงพ่อก็เคยเป็นอย่างนี้เหมือนกัน โยมพ่อซื้อรถจักรยานให้
ไปโรงเรียน พอมันเสีย เราก็คิดว่าน่าจะซ่อมเองได้ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เลยถอดออกเป็น
ชิ้น ๆ เสร็จแล้วใส่คืนไม่ได้ ต้องไปตามช่างมาประกอบให้ ทีนี้นั่งดูเขาด้วย พอดูแล้วคิดว่าเข้าใจ
ดี คราวหน้าลองซ่อมเองอีก ก็ยังเหลืออีก ๒ - ๓ ชิ้น นี่ถ้าเป็นรถยนต์ก็คงเสียหายมากกว่านี้ และ
ในฐานะที่เราเป็นคนขับรถ ก็อย่าสักแต่ว่าขับโดยไม่เอาใจใส่สภาพรถ หลวงพ่อจะส่งคนขับรถเป็น
นักเป็นหนาว่า ถ้ารู้สึกว่ารถผิดปกติให้รีบตรวจเช็กเสีย ถ้าเกินกำลังก็ให้ส่งเข้าอู่เช็ก อย่าไปดันทุรัง
ใช้ ไม่ใช่ว่ามีเสียงดังแกร็ก ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ก็ยังปล่อยให้ตั้งอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวไปตายเอา
กลางทางแล้วจะทำอย่างไร ดังนั้นอะไรก็ตามถ้ามีทีท่าว่าจะเสียหายแล้ว อย่าฝืนใช้ไป ยอมเสีย
เงินเข้าอู่ตรวจซ่อมเสียดีกว่า อย่าเข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเลย..
(อ่านต่อฉบับหน้า)
พฤษภาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๙๓