ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธศาสนา เพราะเขาบอกว่าเป็นคำสอนที่เยี่ยมยอดมาก ฉะนั้นแสดงว่าคำสอนของ
พระพุทธเจ้ายังทันสมัยอยู่ตลอด
แม้ประเทศที่เศรษฐกิจ ความรู้ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปกว่าเรา เขายังยอมรับคำสอนของ
พระพุทธเจ้า แต่ทำไมเมืองไทยคนจึงยังห่างวัด แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำสอน เพราะคำสอน
ของพระพุทธเจ้าเป็น “อกาลิโก” ไม่ขึ้นกับกาล ทันสมัยเสมอ เป็นประโยชน์ต่อทุกชีวิต ทุกคน
แต่ปัญหาเกิดจากองค์กรพุทธปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน คือแต่ก่อนเราเป็น
สังคมเกษตร วัดคือศูนย์กลางของหมู่บ้าน ใครเดินทางไกลผ่านมาไม่มีญาติแถวนั้นก็ไปนอนพัก
ที่วัด มีงานสังสรรค์ก็ไปจัดที่วัด มีเรื่องทะเลาะกันก็ให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสตัดสินให้ โรงเรียนก็อยู่
ที่วัด ทุกอย่างไปรวมกันที่วัดหมด ฉะนั้นแม้พระอยู่ที่วัดเฉย ๆ คนก็ไปวัด เพราะวัดคือศูนย์รวม
ของชุมชน
ๆ
แต่พอเป็นสังคมอุตสาหกรรม คนไปเรียนหนังสือในเมืองบ้าง ทํางานในเมืองบ้าง มีการเคลื่อน
ย้ายถิ่นฐานกันมากขึ้น แต่วัดยังมีลักษณะเหมือนเดิมอยู่ พระสงฆ์ก็ยังเหมือนเดิม บางครอบครัว
ย้ายมาจากอีสาน เหนือ หรือใต้ มาทำงานในกรุงเทพฯ มาอยู่ใกล้ ๆ วัด แต่เขาก็ไม่รู้จัก
เจ้าอาวาส บางทีอยู่มา ๕ ปี ยังไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสชื่ออะไร นี่คือเรื่องจริง จังหวะของชีวิตก็เปลี่ยน
ไป อาชีพการงานทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ยิ่งตอนนี้จากยุคอุตสาหกรรมเริ่มเข้าสู่ยุคข้อมูล
ข่าวสาร มีโรงภาพยนตร์ มีสถานเริงรมย์ สถานบันเทิงต่าง ๆ มีเรื่องมาดึงคนให้ห่างวัดมากมาย
หน้าที่ของวัดในแง่ของการเป็นศูนย์รวมชุมชนจึงลดไป เหลือแต่หน้าที่ดั้งเดิมจริง ๆ คือการสอน
ธรรมะ
ๆ
ที่จริงพระท่านก็งงเหมือนกันที่เมื่อก่อนมีคนไปวัดมากมาย แต่ตอนนี้คนน้อยลง ๆ เริ่มห่าง
วัด ห่างไกลศาสนา ที่จริงเป็นเพราะว่าวัดปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน เลยเกิด
ความเหินห่างกับชุมชน คนไปวัดก็เคอะ ๆ เขิน ๆ เด็กเจอพระก็ไม่รู้จะไหว้อย่างไร จะพูดอย่างไร
ๆ
ก็เลยไม่เอาดีกว่า บางคนเจอพระ เห็นท่านแทนตัวเองว่าอาตมา ก็เลยเรียกตัวเองว่าอาตมาบ้าง
ผิด ๆ ถูก ๆ เลยไม่กล้าเข้าวัด
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าที่จริงแล้วคำสอนไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง
ไป แต่องค์กรพุทธเปลี่ยนตามไม่ทัน ยิ่งมาถึงยุคข้อมูลข่าวสาร ยิ่งตามไม่ทันใหญ่ ในเมื่อคำสอน
ของพระพุทธเจ้าดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เราต้องปรับรูปแบบการเผยแผ่ใหม่ เพื่อให้คนเข้าวัด จะนั่ง
อยู่ที่วัดเฉย ๆ รอคนเข้าวัดไม่ได้แล้ว คนจะมาบวชน้อยลง เข้าวัดปฏิบัติธรรมน้อยลงไปเรื่อย ๆ
คนจะห่างวัด อีกหน่อยชาวพุทธก็ค่อย ๆ ลดลง ๆ เหลือชาวพุทธแค่ในทะเบียนบ้าน แต่ในต่าง
ประเทศที่ศาสนาพุทธเจริญขึ้น ๆ เพราะเขามามุ่งตรงเนื้อหา คือ คำสอน
ดังนั้น องค์กรพุทธจะต้องลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อดึงคนเข้าวัด ให้เขามาสัมผัสคำสอน
ได้สัมผัสแล้วเขาจะพบว่า บวชแล้วได้อะไรบ้าง คนมาบวชแล้วต้องให้เขาได้ฝึกตัวด้วย ได้ปฏิบัติ
ด้วย อย่างที่เราเคยจัดปฏิบัติธรรมให้คณะครูและนักเรียน ปรากฏว่าทุกคนยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่า
ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีขนาดนี้ ฟังเทศน์ ๓ ชั่วโมงไม่มีหลับเลย ตื่นตาตื่นใจ
ให้ไปสอนที่โรงเรียนต่อด้วย เพราะครูที่มาแค่ ๕ - ๖ ท่าน อยากให้ทั้งโรงเรียนได้ฟังเหมือนกัน
5
กลายเป็นว่าธรรมะเป็นของดี แต่เขาไม่รู้ เหมือนใกล้เกลือกินด่าง
และขอ
เพราะฉะนั้น การจัดบวชพระเป็นแสนรูป อบรมอุบาสิกาแก้ว ๕๐๐,๐๐๐ คน หรือล้านคน ก็คือ
๑๐๐ อยู่ในบุญ พฤษภาคม ๒๕๕๗