ปัญหาการเข้าวัดในสังคมปัจจุบัน วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2557 ต้นทาง 434 หน้า 102
หน้าที่ 102 / 175

สรุปเนื้อหา

พระพุทธศาสนา เพราะเขาบอกว่าเป็นคำสอนที่เยี่ยมยอดมาก ฉะนั้นแสดงว่าคำสอนของ พระพุทธเจ้ายังทันสมัยอยู่ตลอด แม้ประเทศที่เศรษฐกิจ ความรู้ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปกว่าเรา เขายังยอมรับคำสอนของ พระพุทธเจ้า แต่ทำไมเมืองไทยคนจึงยังห่างวัด แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำสอน เพราะคำสอน ของพระพุทธเจ้าเป็น “อกาลิโก” ไม่ขึ้นกับกาล ทันสมัยเสมอ เป็นประโยชน์ต่อทุกชีวิต ทุกคน แต่ปัญหาเกิดจากองค์กรพุทธปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน คือแต่ก่อนเราเป็น สังคมเกษตร วัดคือศูนย์กลางของหมู่บ้าน ใครเดินทางไกลผ่านมาไม่มีญาติแถวนั้นก็ไปนอนพัก ที่วัด มีงานสังสรรค์ก็ไปจัดที่วัด มีเรื่องทะเลาะกันก็ให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสตัดสินให้ โรงเรียนก็อยู่ ที่วัด ทุกอย่างไปรวมกันที่วัดหมด ฉะนั้นแม้พระอยู่ที่วัดเฉย ๆ คนก็ไปวัด เพราะวัดคือศูนย

หัวข้อประเด็น

- ปัญหาการเข้าวัดในสังคมปัจจุบัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธศาสนา เพราะเขาบอกว่าเป็นคำสอนที่เยี่ยมยอดมาก ฉะนั้นแสดงว่าคำสอนของ พระพุทธเจ้ายังทันสมัยอยู่ตลอด แม้ประเทศที่เศรษฐกิจ ความรู้ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปกว่าเรา เขายังยอมรับคำสอนของ พระพุทธเจ้า แต่ทำไมเมืองไทยคนจึงยังห่างวัด แสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำสอน เพราะคำสอน ของพระพุทธเจ้าเป็น “อกาลิโก” ไม่ขึ้นกับกาล ทันสมัยเสมอ เป็นประโยชน์ต่อทุกชีวิต ทุกคน แต่ปัญหาเกิดจากองค์กรพุทธปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน คือแต่ก่อนเราเป็น สังคมเกษตร วัดคือศูนย์กลางของหมู่บ้าน ใครเดินทางไกลผ่านมาไม่มีญาติแถวนั้นก็ไปนอนพัก ที่วัด มีงานสังสรรค์ก็ไปจัดที่วัด มีเรื่องทะเลาะกันก็ให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสตัดสินให้ โรงเรียนก็อยู่ ที่วัด ทุกอย่างไปรวมกันที่วัดหมด ฉะนั้นแม้พระอยู่ที่วัดเฉย ๆ คนก็ไปวัด เพราะวัดคือศูนย์รวม ของชุมชน ๆ แต่พอเป็นสังคมอุตสาหกรรม คนไปเรียนหนังสือในเมืองบ้าง ทํางานในเมืองบ้าง มีการเคลื่อน ย้ายถิ่นฐานกันมากขึ้น แต่วัดยังมีลักษณะเหมือนเดิมอยู่ พระสงฆ์ก็ยังเหมือนเดิม บางครอบครัว ย้ายมาจากอีสาน เหนือ หรือใต้ มาทำงานในกรุงเทพฯ มาอยู่ใกล้ ๆ วัด แต่เขาก็ไม่รู้จัก เจ้าอาวาส บางทีอยู่มา ๕ ปี ยังไม่รู้ว่าเจ้าอาวาสชื่ออะไร นี่คือเรื่องจริง จังหวะของชีวิตก็เปลี่ยน ไป อาชีพการงานทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ยิ่งตอนนี้จากยุคอุตสาหกรรมเริ่มเข้าสู่ยุคข้อมูล ข่าวสาร มีโรงภาพยนตร์ มีสถานเริงรมย์ สถานบันเทิงต่าง ๆ มีเรื่องมาดึงคนให้ห่างวัดมากมาย หน้าที่ของวัดในแง่ของการเป็นศูนย์รวมชุมชนจึงลดไป เหลือแต่หน้าที่ดั้งเดิมจริง ๆ คือการสอน ธรรมะ ๆ ที่จริงพระท่านก็งงเหมือนกันที่เมื่อก่อนมีคนไปวัดมากมาย แต่ตอนนี้คนน้อยลง ๆ เริ่มห่าง วัด ห่างไกลศาสนา ที่จริงเป็นเพราะว่าวัดปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน เลยเกิด ความเหินห่างกับชุมชน คนไปวัดก็เคอะ ๆ เขิน ๆ เด็กเจอพระก็ไม่รู้จะไหว้อย่างไร จะพูดอย่างไร ๆ ก็เลยไม่เอาดีกว่า บางคนเจอพระ เห็นท่านแทนตัวเองว่าอาตมา ก็เลยเรียกตัวเองว่าอาตมาบ้าง ผิด ๆ ถูก ๆ เลยไม่กล้าเข้าวัด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าที่จริงแล้วคำสอนไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง ไป แต่องค์กรพุทธเปลี่ยนตามไม่ทัน ยิ่งมาถึงยุคข้อมูลข่าวสาร ยิ่งตามไม่ทันใหญ่ ในเมื่อคำสอน ของพระพุทธเจ้าดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เราต้องปรับรูปแบบการเผยแผ่ใหม่ เพื่อให้คนเข้าวัด จะนั่ง อยู่ที่วัดเฉย ๆ รอคนเข้าวัดไม่ได้แล้ว คนจะมาบวชน้อยลง เข้าวัดปฏิบัติธรรมน้อยลงไปเรื่อย ๆ คนจะห่างวัด อีกหน่อยชาวพุทธก็ค่อย ๆ ลดลง ๆ เหลือชาวพุทธแค่ในทะเบียนบ้าน แต่ในต่าง ประเทศที่ศาสนาพุทธเจริญขึ้น ๆ เพราะเขามามุ่งตรงเนื้อหา คือ คำสอน ดังนั้น องค์กรพุทธจะต้องลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อดึงคนเข้าวัด ให้เขามาสัมผัสคำสอน ได้สัมผัสแล้วเขาจะพบว่า บวชแล้วได้อะไรบ้าง คนมาบวชแล้วต้องให้เขาได้ฝึกตัวด้วย ได้ปฏิบัติ ด้วย อย่างที่เราเคยจัดปฏิบัติธรรมให้คณะครูและนักเรียน ปรากฏว่าทุกคนยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่า ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีขนาดนี้ ฟังเทศน์ ๓ ชั่วโมงไม่มีหลับเลย ตื่นตาตื่นใจ ให้ไปสอนที่โรงเรียนต่อด้วย เพราะครูที่มาแค่ ๕ - ๖ ท่าน อยากให้ทั้งโรงเรียนได้ฟังเหมือนกัน 5 กลายเป็นว่าธรรมะเป็นของดี แต่เขาไม่รู้ เหมือนใกล้เกลือกินด่าง และขอ เพราะฉะนั้น การจัดบวชพระเป็นแสนรูป อบรมอุบาสิกาแก้ว ๕๐๐,๐๐๐ คน หรือล้านคน ก็คือ ๑๐๐ อยู่ในบุญ พฤษภาคม ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More