ข้อความต้นฉบับในหน้า
D MC ช่องนี้มีคำตอบ
อยู่ที่นี่ แต่อพยพมาจากที่อื่น ที่ที่เขาอยู่ไม่มี
ใครเชื่อว่ามีพญานาค และไม่สนใจเรื่องการ
สร้างบุญ ทันใดนั้นลูกก็เห็นภาพเมืองที่เหมือน
สถาปัตยกรรมอินเดีย มีแม่น้ำอยู่หน้าเมือง
ซึ่งก็คือที่เดิมที่เขาเคยอยู่
รูปการอพยพของเขาไม่ใช่เลื้อยมา
ตามแม่น้ำ แต่เหมือนอืดมา ซึ่งเป็นเวลา
ที่รวดเร็วของเขา แต่เป็นเวลานานมากของโลก
มนุษย์ เขาเห็นแสงของการสร้างบุญของ
มนุษย์และความเชื่อต่อพญานาค ณ ที่แห่งนี้
จึงอพยพมา ซึ่งโดยส่วนใหญ่มนุษย์ฝั่งโน้น
เชื่อถือและศรัทธาในพระพุทธเจ้ามากกว่าฝั่งนี้
ค่ะ ลูกรู้สึกว่าฝั่งโน้นของเขาคือประเทศลาว
แต่เขาไม่ได้พูดว่าประเทศลาว และฝั่งนี้ก็คือ
ประเทศไทย คนฝั่งลาวเชื่อถือเรื่องการพ่น
ดวงไฟมาก แต่ฝั่งไทยส่วนใหญ่มาดูเพื่อความ
สนุกมากกว่าศรัทธา
เขาเล่าให้ลูกฟังอีกเยอะมาก จำได้ว่า
เขาถามถึงสารทุกข์สุกดิบของลูกว่าเป็น
อย่างไรบ้าง แต่ลูกไม่ค่อยสนใจฟังและไม่ตอบ
แถมรําคาญเขาด้วยซ้ำ จำคร่าว ๆ ได้ว่า เขา
เล่าว่าตอนนี้ชีวิตของเขาเป็นอย่างไรบ้าง
ใช้สรรพนามแทนตัวว่า “ข้า” และใช้สรรพนาม
แทนตัวลูกว่า “เจ้า” เช่น “เจ้าล่ะเป็นอย่างไร
บ้าง”
เขา
ลูกเชื่อในสิ่งที่เขาเล่า ความรู้สึกของ
ลูกที่มีต่อพญานาคตัวนั้น เหมือนเขาเป็นญาติ
ผู้ใหญ่ที่สนิทมาก ๆ เพราะลูกไม่กลัวเขา และ
ถ้าจะโต้ตอบก็โต้ตอบได้โดยที่เขาจะไม่ทําโทษ
ทั้งที่ลูกทำสีหน้าเบื่อหน่ายและรำคาญ แต่เขา
ก็ยังเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ด้วยเสียงนุ่มนวล
กังวาน เหมือนไม่ได้เจอกันนาน แล้วลูกรู้สึก
อบอุ่นเหมือนได้กลับมาอยู่ในกลุ่มญาติพี่น้อง
อีกครั้ง และเขาเหมือนอยากจะฝากบอกถึง
มนุษย์ให้มนุษย์รู้ประวัติความเป็นมาของการ
พ่นดวงไฟ และให้เชื่อว่าการพ่นดวงไฟ
ของเขา (พญานาค) เป็นเพราะศรัทธาที่มีต่อ
พระพุทธเจ้า ให้มนุษย์ศรัทธาพระพุทธเจ้า
และร่วมจิตร่วมใจขณะที่เขาพ่นดวงไฟด้วย
เพราะที่ผ่านมามีแต่เฮฮาสนุกสนาน
เขาเห็นแสงแห่งบุญสว่างอยู่ทางฝั่ง
ลาวมาก ทางฝั่งไทยมีแต่เสียงเฮฮาสนุกสนาน
ไม่เลื่อมใสศรัทธาในสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ต้องการ
ให้มนุษย์คิดว่าการพ่นดวงไฟเป็นสิ่งแปลก
ประหลาด แต่อยากให้ศรัทธาและเชื่อในบุญ
กันมาก ๆ ให้เป็นไปด้วยความสงบ การพ่น
ดวงไฟของเขาก็จะดีมากขึ้น สุกสว่างมากกว่า
ทุกวันนี้ ทั้งที่ลูกยังเถียงในใจว่ามาเล่าให้ฟัง
ทำไม ลูกไม่ได้มีความสามารถที่จะไปบอกให้
มนุษย์ทุกคนเชื่อได้
บ
คืนนั้นลูกมีความสุขมากค่ะ แต่พอตื่น
เช้ามาลูกก็ลืมว่าฝันเรื่องนี้ จนกระทั่งน้องสาว
พูดเรื่องจะไปดูบั้งไฟพญานาค ก็เลยนึกขึ้นได้
ว่าเมื่อคืนฝันถึงพญานาคทั้งคืน
ในฝันพญานาคเหมือนอยากให้ลูกเป็น
สื่อบอกถึงมนุษย์ทุกคนว่า สิ่งที่เขาเล่าให้ลูก
ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นลูกยังเถียงในใจว่า
ลูกไม่มีความสามารถที่จะไปสื่อให้มนุษย์เชื่อ
ลูกได้ แต่ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าการที่ลูกเขียนมาให้
คุณครูไม่ใหญ่เล่าในโรงเรียนฝันในฝันวิทยา
จะทำมนุษย์รับทราบได้ พญานาคเขาต้องไม่
ผิดหวังที่ให้ลูกเป็นสื่อ และลูกรู้สึกดี หมด
ความกังวล และจะได้เห็นแสงแห่งบุญ
สว่างไสวทั้งสองฝั่งโขง และร่วมสวดสรรเสริญ
คุณของพระพุทธเจ้าไปพร้อม ๆ กับเขา
(พญานาค)
๑๐๘ อยู่ในบุญ พฤษภาคม ๒๕๕๗