การติดต่อและมารยาทในการสนทนา วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2557 ต้นทาง 449 เดือนสิงหาคม หน้า 78
หน้าที่ 78 / 163

สรุปเนื้อหา

อันใดที่ติดต่อพัวพันกันอยู่สองคนแล้ว เราไม่สมควรจะสอดพูดอะไรขวางลิ่มเข้าไปให้เขาค้างเป็น อันไม่ควร เสียกิริยาไป เว้นไว้แต่เป็นการด่วน และข้อสำคัญอันที่ควรช้าไม่ได้ นี้เป็นเรื่องมารยาทธรรมดา ๆ นี่เองว่า ถ้าหากผู้บังคับบัญชาใช้ให้เราไปติดต่อกับใครก็ตาม ถ้าเขากำลังติดประชุม หรือพูดคุยปรึกษางานอะไรกันอยู่ ก็แน่นอนว่า เราต้องรอจังหวะ ไม่ใช่ พรวดพราดเข้าไป อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้เป็นผู้บังคับบัญชาของเราเองก็เช่นกัน ถ้าหากว่าท่าน กำลังทำอะไรอยู่ อย่าเข้าไปทันที เดี๋ยวจะสะดุด เพราะบางทีท่านกำลังคิดงานอะไรของท่านค้างอยู่ เราก็ควรจะเข้าไปเงียบ ๆ อาจนั่งรอก่อน หากท่านเงยหน้าขึ้นมาก็จะพูดกับเราเอง ถ้าท่านไม่พูด ด้วยก็แสดงว่าท่านอาจจะกำลังคิดอะไรค้างอยู่ ก็ให้นั่งรอไปก่อน เว้นแต่เป็นเรื่องด่วนคอขาด บาดตา

หัวข้อประเด็น

- การติดต่อและมารยาทในการสนทนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อันใดที่ติดต่อพัวพันกันอยู่สองคนแล้ว เราไม่สมควรจะสอดพูดอะไรขวางลิ่มเข้าไปให้เขาค้างเป็น อันไม่ควร เสียกิริยาไป เว้นไว้แต่เป็นการด่วน และข้อสำคัญอันที่ควรช้าไม่ได้ นี้เป็นเรื่องมารยาทธรรมดา ๆ นี่เองว่า ถ้าหากผู้บังคับบัญชาใช้ให้เราไปติดต่อกับใครก็ตาม ถ้าเขากำลังติดประชุม หรือพูดคุยปรึกษางานอะไรกันอยู่ ก็แน่นอนว่า เราต้องรอจังหวะ ไม่ใช่ พรวดพราดเข้าไป อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้เป็นผู้บังคับบัญชาของเราเองก็เช่นกัน ถ้าหากว่าท่าน กำลังทำอะไรอยู่ อย่าเข้าไปทันที เดี๋ยวจะสะดุด เพราะบางทีท่านกำลังคิดงานอะไรของท่านค้างอยู่ เราก็ควรจะเข้าไปเงียบ ๆ อาจนั่งรอก่อน หากท่านเงยหน้าขึ้นมาก็จะพูดกับเราเอง ถ้าท่านไม่พูด ด้วยก็แสดงว่าท่านอาจจะกำลังคิดอะไรค้างอยู่ ก็ให้นั่งรอไปก่อน เว้นแต่เป็นเรื่องด่วนคอขาด บาดตายจริง ๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ๆ สำหรับกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับหลวงพ่อบ่อย ๆ บางทีกำลังเขียนหนังสือ ความคิดไหล กำลัง หัวแล่นดี ถ้าใครมาขัดจังหวะทำให้ต้องหันมาพูดคุยด้วย พอกลับไปเขียนใหม่ อ้าว! ไม่ปะติดปะต่อ กันเสียแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่แขกแปลกหน้าละก็ หลวงพ่อเห็นแล้วอาจยังไม่พูดด้วยทันที ขอเขียนต่ออีกสัก ๕-๑๐ นาที บางทีเกรงว่าเขาจะรอนาน ก็เหลียวกลับไปบอกให้เขารอสักครู่ แต่ บางทีก็ถึงครึ่งชั่วโมง เพราะงานที่ทำนั้น ถ้าขาดตอนแล้วจะปะติดปะต่อไม่ได้ บางคนเขามีธุระ รอไม่ไหวอาจขอกลับไปก่อน บอกวันหน้าจะมาหาใหม่ก็มี แต่ถ้างานของเขาด่วนจริง ๆ ต้องขอ พบให้ได้ก็จําเป็นต้องหยุดให้เขา อีกประเด็นหนึ่งคือ ถ้าเราจะขอร้องหรือขอความช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอะไรก็ตาม ให้ดูอารมณ์ของท่านก่อน ว่าพอจะรับอะไรได้หรือไม่ ถ้าท่านไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะ รับฟังอะไร เช่น อารมณ์ขุ่น ๆ มาจากบ้าน เราเข้าไปขอโน่นขอนี่ ขอโบนัสเอย ขอยืมรถไปใช้เอย ขอให้ท่านฝากลูกเข้าโรงเรียนเอย เที่ยวไปยุ่งกับท่าน เดี๋ยวก็โดนตะเพิด แต่ถ้าท่านอารมณ์ดี เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เวลาไปติดต่อผู้ใหญ่ โบราณสอนไว้ว่า ไม่ได้เรื่องไม่เป็นไร แต่อย่าให้เสียเรื่อง คือเมื่อเห็นว่า ท่านกำลังอารมณ์ไม่ดี เข้าไปแล้วจะเสียเรื่อง อย่าทำ เพราะถ้าเสียเรื่องแล้ว หรือท่านปฏิเสธไป ครั้งหนึ่งแล้ว จะเข้าไปหาอีกก็ยาก บางที่ไม่รู้ล่วงหน้า เข้าไปหาแล้วจึงรู้สึกว่าหน้าท่านไม่ค่อยดี อย่างนี้พูดเฉไฉไปอีกเรื่องหนึ่ง จะยังเข้าท่ากว่า เช่น เข้าไปจะขอให้ท่านช่วยเหลืองานอะไรสักอย่างหนึ่ง พอเห็นสีหน้าท่านไม่สู้ดี แทนที่จะขอความช่วยเหลือท่าน ก็ถามท่านว่ามีอะไรจะให้รับใช้ไหม อย่างนี้ยังพอรอดตัว พอท่าน อารมณ์ดีแล้ว ค่อยมารบกวนกันใหม่ ประเด็นสุดท้าย อย่าว่าแต่ผู้บังคับบัญชาเราหรือบุคคลที่เราไปติดต่อ ซึ่งเป็นคนระดับเดียว กับผู้บังคับบัญชาเราเลย แม้แต่เพื่อนเรา คนเสมอเรา ถ้าเขากำลังพูดคุยกันอยู่ ก็อย่าเที่ยวสอดปาก สอดคำเข้าไป มันไม่งาม รอให้เขาพูดกันเสร็จก่อน แล้วเราค่อยว่าเรื่องของเรา อย่างนี้จึงจะเข้าท่า.. (อ่านต่อฉบับหน้า) สิงหาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More