การสนทนาธรรมตามกาล วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2557 ต้นทาง 449 เดือนสิงหาคม หน้า 81
หน้าที่ 81 / 163

สรุปเนื้อหา

กันแล้ว เราก็จะได้แง่มุมอีกหลาย ๆ แง่มุม ที่เราไม่เคยคิดไปถึง การสนทนาธรรมตามกาลจะ ทำให้เราได้วิธีที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน นี่คือคุณค่าของการสนทนาธรรม บูรพาจารย์เตือนเอาไว้ว่า ก่อนสนทนาธรรมตามกาล ขอให้นั่งสมาธิก่อน ถ้านั่งล่วงหน้า เป็นวันได้ยิ่งดี ต้องนั่งสมาธิทำใจให้ดี เพราะอย่างไรเมื่อสนทนากันก็ต้องเจอที่เห็นไม่ตรงกัน เมื่อ เห็นไม่ตรงกัน ถ้าใครพูดแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกันออกมาก็รู้สึกเหมือนถูกขัดคอ เมื่อคิดว่าถูก ขัดคอแล้วอาจจะโกรธกันได้ ทุกคนในโลกไม่ชอบให้ใครขัดคอ เพราะฉะนั้นเวลาจะแย้งข้อความอะไร มีสำนวนหนึ่งที่ นิยมใช้แบบชาววัดด้วยกัน “ที่คุณว่าก็ดีนะ แต่ยังมีอีกแง่มุมทำนองนี้พอเป็นไปได้ไหม” ถ้อยวาจา อย่างนี้ไม่หักไม่โค่นใครให้เสียหน้า เสียความมั่นใจ ถ้าพูดจากันอย่างนี้ วงสนทนาธรรมก็จะ

หัวข้อประเด็น

- การสนทนาธรรมตามกาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กันแล้ว เราก็จะได้แง่มุมอีกหลาย ๆ แง่มุม ที่เราไม่เคยคิดไปถึง การสนทนาธรรมตามกาลจะ ทำให้เราได้วิธีที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน นี่คือคุณค่าของการสนทนาธรรม บูรพาจารย์เตือนเอาไว้ว่า ก่อนสนทนาธรรมตามกาล ขอให้นั่งสมาธิก่อน ถ้านั่งล่วงหน้า เป็นวันได้ยิ่งดี ต้องนั่งสมาธิทำใจให้ดี เพราะอย่างไรเมื่อสนทนากันก็ต้องเจอที่เห็นไม่ตรงกัน เมื่อ เห็นไม่ตรงกัน ถ้าใครพูดแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกันออกมาก็รู้สึกเหมือนถูกขัดคอ เมื่อคิดว่าถูก ขัดคอแล้วอาจจะโกรธกันได้ ทุกคนในโลกไม่ชอบให้ใครขัดคอ เพราะฉะนั้นเวลาจะแย้งข้อความอะไร มีสำนวนหนึ่งที่ นิยมใช้แบบชาววัดด้วยกัน “ที่คุณว่าก็ดีนะ แต่ยังมีอีกแง่มุมทำนองนี้พอเป็นไปได้ไหม” ถ้อยวาจา อย่างนี้ไม่หักไม่โค่นใครให้เสียหน้า เสียความมั่นใจ ถ้าพูดจากันอย่างนี้ วงสนทนาธรรมก็จะดำเนิน ต่อไปได้ ในเวลาเดียวกันใครที่ถูกเขาเสนอแนะมาอย่างนี้ ก็ต้องรู้ตัว นึกทบทวนทันทีเหมือนกันว่า ที่ เราว่ามานี้มันคงจะมีอะไรพร่องอยู่ ต้องทบทวนให้ดี ถ้าต่างฝ่ายต่างทบทวน ต่างฟังซึ่งกันและกัน การสนทนาธรรมตามกาลนั้นจะเกิดบุญใหญ่จริง ๆ กาลที่ ๓ กาลแห่งการแสดงธรรม เมื่อสนทนาธรรมกันแล้ว เราจะได้ความรู้ข้อปลีกย่อยในเชิงปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีโอกาส จะถ่ายทอดให้ใครต่อขอให้รีบท่าเถิด เพราะกว่าเราจะเกิดความซาบซึ้งธรรมได้ขนาดนั้นไม่ใช่ ของง่าย และการนําความรู้นั้นไปแสดงให้คนอื่นรับทราบด้วย ก็เป็นการทบทวนของเราอย่างลึกซึ้ง อีกที การแสดงธรรมที่ง่ายสำหรับเราก็คือ การถ่ายทอดให้คนข้าง ๆ ตัว อาจจะเป็นลูก หลาน น้อง หรือใครก็ได้ที่อยู่ใกล้ตัว การแสดงธรรมของเราถ้าเป็นไปในลักษณะของการเล่าให้ฟัง จะดู เหมาะสม น่าฟัง ในการแสดงธรรมตามกาลนี้ มีสิ่งที่ควรระมัดระวัง คือ ต้องแสดงธรรมโดยยึดหลัก “หลัง อิงต้นโพธิ์" หมายความว่า ทุกอย่างที่แสดงต้องมีหลักฐานยืนยันจากพระไตรปิฎกว่าเป็นธรรมที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ พระอรหันต์ท่านนั้นท่านนี้แสดงเอาไว้ อริยบุคคลที่เป็นฆราวาส ชื่อนั้นชื่อนี้พูดเอาไว้ อย่างนี้เรียกว่าหลังอิงต้นโพธิ์ เมื่อสนทนาธรรมหรือแสดงธรรมกับใครก็ตาม จงแสดงถึงความอัศจรรย์ของธรรม จงแสดง ถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่าแสดงว่าข้าพเจ้านี้เป็นบุคคลอัศจรรย์ ที่แสดงธรรมได้ลึกซึ้ง เพราะแม้ตอนนี้เราเข้าใจธรรมลึกซึ้งในระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้ คิดค้นขึ้นมาเอง เรากำลังนำธรรมของพระบรมศาสดามาแสดง เมื่อรับรู้แล้วว่าธรรมเหล่านี้ มีความอัศจรรย์อย่างไร ก็ควรที่จะไปกราบไหว้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระบรมครูของเรา สำหรับหลวงพ่อเอง ทุกครั้งที่มีโอกาสขึ้นแสดงธรรม จะพยายามให้ได้ประโยชน์ทั้งตัวเอง และผู้ฟัง โดยจะพยายามเจาะลึกธรรมเข้าสู่ภาคปฏิบัติให้ได้ คุณยายสอนวิธีแสดงธรรมหรือวิธี ๘๐ อยู่ในบุญ สิงหาคม ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More