ข้อความต้นฉบับในหน้า
คับข้องใจ ขัดข้องใจ อย่างที่มีคำพูดว่าลำบากด้วยกันไม่มีปัญหา ทนได้ สู้ได้ แต่ถ้าเมื่อไรเริ่ม
สบาย แต่ว่าสบายไม่เท่ากัน เริ่มมีปัญหาแล้ว นั่นคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสบายหรือความลำบาก
แต่อยู่ที่ความยุติธรรม ถ้าทุกคนรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม ลำบากเท่าไรก็สู้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่มีความ
ยุติธรรม ต่อให้สบายก็รับไม่ได้
เหมือนคนทำงานด้วยกัน ถ้าเงินเดือนไม่ขึ้นเหมือนกันหมดยังพอรับได้ อาจจะรู้สึกว่าอึดอัด
บ้าง แต่ยังพอไปไหว แต่ถ้าเงินเดือนขึ้นไม่เท่ากัน เช่น นาย ก เงินเดือนขึ้น 9,000 บาท พอ
ชำเลืองเห็นนาย ข เงินเดือนขึ้น ๒,๐๐๐ บาท ก็อาจรู้สึกว่า เอ๊ะ! เราขยันกว่าเขา ทำงานมากกว่า
หรือว่าพอ ๆ กัน ทำไมเขาเงินเดือนขึ้นมากกว่าเรา แบบนี้ไม่สบายใจและชักอึดอัด รู้สึกคับข้องใจ
ทั้ง ๆ ที่เงินเดือนขึ้น และถ้าข้องใจมาก ๆ ก็จะมีปัญหาขึ้นมา ประเด็นหลักของความสงบในสังคม
ก็คือ ความยุติธรรม
P
Q).
ในประเด็นนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าจะให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น เราจะต้องไม่มี
อคติ คือ ไม่ลำเอียงเพราะความรัก ๒. ไม่ลำเอียงเพราะความชัง คือ ความโกรธ ความ
ไม่ชอบนั่นเอง ๓. ไม่ลำเอียงเพราะความหลง คือ ความไม่รู้ ถูกเขาหลอก ๔. ไม่ลำเอียงเพราะ
ความกลัว คือ รู้อยู่ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ว่าต้องทำไปแบบผิด ๆ พลาด ๆ เพราะกลัวผู้ใหญ่
จะมาเล่นงาน โดยสรุปคือ ถ้าหากไม่มีอคติ ๔ ข้อนี้แล้ว ความยุติธรรมก็จะเกิดขึ้น แล้วความ
สงบสุขของสังคมก็จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้ด้วยความไม่มีอคติ ๔ ประการใช่ไหม?
ใช่ ถ้าเกิดอคติเมื่อไร เช่น มีความลำเอียงเพราะความรักหรือความชัง ถ้าเมื่อไรรู้สึกว่า
พวกตนเองถูกหมด ฝ่ายตรงข้ามทำอะไรผิดหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรดี จะทำอะไร อย่างไร ก็มอง
ไปในทางเสียหมด อะไร ๆ ก็แย่หมดเลย อย่างนี้แสดงว่าอคติเกิดขึ้นแล้ว ถ้าจะไม่มีอคติต้องตั้งอยู่
บนจุดที่สมดุล แล้ววินิจฉัยแยกแยะด้วยสติและปัญญาของตนเอง อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าไม่ลำเอียง
ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรให้ไปถึงจุดที่ไม่ลำเอียง ไปถึงความยุติธรรมได้ สมมุติถ้าเรารู้สึกว่า
สังคมไม่ค่อยมีสันติภาพ แล้วจะทำอย่างไรสันติภาพถึงจะเกิดขึ้น ก็ต้องสร้างความยุติธรรมให้เกิด
ขึ้นก่อน ถามว่าเริ่มอย่างไร ให้เริ่มอย่างนี้ ในแง่ตัวเราเอง ให้ใจเรานิ่งก่อน เราต้องไม่ลำเอียงก่อน
พอใจเราสงบนิ่งแล้ว สันติสุขในใจเราเกิดขึ้นแล้ว ถึงข้างนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเราก็
คุ้มครองความสุขในใจเราไว้ได้ แล้วเผื่อแผ่ไปถึงผู้คนในครอบครัว ในชุมชนรอบ ๆ ตัวเรา ขยาย
วงกว้างออกไป
ๆ
ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ การแสวงหาความยุติธรรมให้เน้นที่การใช้ปัญญา คือ การให้
ความรู้กับสังคม ถ้าคนในสังคมมีความรู้ความเข้าใจตรงกันเยอะ ๆ คนที่จะมาทำอะไรไม่ยุติธรรม
ก็จะลำบาก และไม่กล้าทำ เพราะเขารู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ฉะนั้นต้องเริ่มต้นที่การติดอาวุธ
ทางปัญญา คือ ให้ความรู้แก่ผู้คน ใช้ปัญญานำหน้า แล้วทุกอย่างก็จะค่อย ๆ คลี่คลายไปสู่จุดที่
ควรเป็น อาจจะใช้เวลาอยู่บ้างแต่ว่าจะยั่งยืน
สิงหาคม ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๘๓