ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในเอกสารโบราณครบทุกประเภท คือ ทั้งที่
พบในศิลาจารึก คัมภีร์ใบลาน หนังสือพับสา
รวมทั้งจารึกลานเงิน ซึ่งมีหลักฐานคำว่า
"ธรรมกาย" ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน และมี
อยู่จริงทั้งฝ่ายพุทธเถรวาทและมหายานใน
ประเทศไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ และเห็นได้ว่า
"ธรรมกาย" เป็นที่รู้จักและได้รับการอุปถัมภ์จาก
ชนชั้นสูงมาไม่ต่ำกว่า 500 ปี และนักวิจัยของ
สถาบันฯ (DIRI) อีกท่านหนึ่งคือ ดร.กิจชัย
เอื้อเกษม ก็นำาเสนอผลงานวิจัยเรื่อง กรรมฐาน
โบราณจากศิลาจารึกยุคสุโขทัย และหนังสือ
สิ่งพิมพ์โบราณ โดยเนื้อหาที่กล่าวถึงการปฏิบัติ
เรื่องนี้ควรที่จะสืบค้นและศึกษาอย่างต่อเนื่อง
เพราะหลักฐานจากเอกสารโบราณที่นำเสนอ
ต่อที่ประชุมนั้น โดยเฉพาะศิลาจารึกก็มีอายุ
อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ และผู้เขียน
ยังแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ทางสถาบันฯ (DIRI)
ยังได้ทำการสำรวจแหล่งข้อมูลเพื่อสืบค้น
หลักฐานธรรมกาย ในเขตพุทธโบราณของ
ประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ศรีลังกา เวียดนาม
และกัมพูชา เป็นต้น และเพื่อสร้างความเชื่อถือ
ให้มากและหนักแน่นยิ่งขึ้น จึงเชิญคุณสุเพียบ
ให้มาสาธิตการสวดคาถาพระธรรมกาย ตามที่
มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ธัมมกายาท เพื่อให้กลุ่ม
สมาธิภาวนาเหล่านั้นสามารถเชื่อมโยงไปถึง นักวิชาการในที่ประชุมได้เห็นประจักษ์ด้วย
ตนเอง และเห็นจริงว่า “ธรรมกาย” เป็นที่รู้จัก
"ธรรมกาย" อันเป็นที่พึ่งสูงสุดได้เช่นกัน
เมื่อนําเสนอบทความพร้อมภาพ ในกรรมฐานแบบโบราณตามพุทธเถรวาท ใน
ประกอบเอกสารโบราณเสร็จสิ้นลง มีผลทำให้ หลายแห่งตามที่ผู้เขียนกล่าวไว้
นักวิชาการที่มาร่วมประชุมต่างให้การยอมรับ
บ
ว่า “ธรรมกาย” นั้นมีจริง และต่างเสนอกันว่า
คุณสุเพียบ ผู้เชี่ยวชาญอักษรเขมรโบราณ กำลังสาธิตการสวดคาถาพระธรรมกายที่มีในกัมพูชา
ซึ่งคุณสุเพียบและคุณเลียง กักอาน ได้ให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันฯ (DIRI) ในการสืบค้นหลักฐานธรรมกายในกัมพูชา
จากการประชุมทางวิชาการร่วมกันในครั้งนี้ มีผลที่ดีเกิดขึ้นนอกเหนือจากการเปิดตัว
สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย (DIRI) ให้เป็นที่รู้จักในวงวิชาการด้านการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณ
เพิ่มมากขึ้น คือทำให้สถาบันฯ (DIRI) มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเรื่อง หลักฐานธรรมกาย
ในเอกสารโบราณร่วมกับนักวิชาการตะวันตก เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง
สิงหาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๔๙