การให้ทานและความตระหนี่ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2559 ต้นทาง 706 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 175

สรุปเนื้อหา

พิลารโกสิยชาดก ว่า “คนตระหนี่กลัวจนจึงให้ทานไม่ได้ ความตระหนี่นั้นจึงเป็นภัยสำหรับคนที่ไม่ให้ ดังนั้นพึงกำจัดความตระหนี่ถี่เหนียวครอบงำ มลทินใจเสีย แล้วให้ทานกันเถิด เพราะว่าใน ภพชาติหน้า บุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของ สัตวโลกทั้งหลายได้” เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะพ้นความจนได้นั้น จะต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ๑. คนยากจน คือ คนขาดแคลนทรัพย์ เพราะความตระหนี่หวงแหนทรัพย์ มีความ ประมาท ไม่ทําบุญไว้ในอดีตจึงทำให้ต้องมา เกิดเป็นคนยากจนในปัจจุบัน ๒. คนอยากจน คือ คนที่มีทรัพย์แต่ต้อง ไปเกิดเป็นคนยากจน เพราะความตระหนี หวงแหนทรัพย์ มีความประมาท ไม่ทำบุญ ไว้ในปัจจุบัน จึงต้องไปเกิดเป็นคนยากจนใน อนาคต ๓. คนจนยาก คือ คนที่ยากจะพบกับ ความยากจน เพราะไม่มีความตระหนี่หวงแหน ทรัพย์ ไม่ประมาท หมั่นสั่งสมบุญล่วงหน้าไว้

หัวข้อประเด็น

- การให้ทานและความตระหนี่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พิลารโกสิยชาดก ว่า “คนตระหนี่กลัวจนจึงให้ทานไม่ได้ ความตระหนี่นั้นจึงเป็นภัยสำหรับคนที่ไม่ให้ ดังนั้นพึงกำจัดความตระหนี่ถี่เหนียวครอบงำ มลทินใจเสีย แล้วให้ทานกันเถิด เพราะว่าใน ภพชาติหน้า บุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของ สัตวโลกทั้งหลายได้” เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะพ้นความจนได้นั้น จะต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ๑. คนยากจน คือ คนขาดแคลนทรัพย์ เพราะความตระหนี่หวงแหนทรัพย์ มีความ ประมาท ไม่ทําบุญไว้ในอดีตจึงทำให้ต้องมา เกิดเป็นคนยากจนในปัจจุบัน ๒. คนอยากจน คือ คนที่มีทรัพย์แต่ต้อง ไปเกิดเป็นคนยากจน เพราะความตระหนี หวงแหนทรัพย์ มีความประมาท ไม่ทำบุญ ไว้ในปัจจุบัน จึงต้องไปเกิดเป็นคนยากจนใน อนาคต ๓. คนจนยาก คือ คนที่ยากจะพบกับ ความยากจน เพราะไม่มีความตระหนี่หวงแหน ทรัพย์ ไม่ประมาท หมั่นสั่งสมบุญล่วงหน้าไว้ ตั้งแต่ปัจจุบัน ย่อมจะได้ไปเกิดเป็นมหาเศรษฐี ในอนาคต ๓. พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า ความ รวยเป็นคุณูปการให้สร้างบุญได้ง่าย ความรวย หมายถึง การมีทรัพย์ ความรวยแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ๑) ความรวยทางโลก เรียกว่า “โลกีย ทรัพย์” คือ การมีทรัพย์สิน เงินทอง สมบัติ พัสถานมากมาย และมีความสามารถใช้จ่าย ทรัพย์นั้นได้อย่างมีความสุข ๒) ความรวยทางธรรม เรียกว่า “อริยทรัพย์” มี ๓ ประการ ได้แก่ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ สุตะ จาคะ ปัญญา ความรวยจึงมิใช่สิ่งเลวร้ายแต่อย่างใด แต่เป็นความสุข ความปลื้มใจ เป็นลาภอัน ประเสริฐ ผู้ที่ปรารถนาความรวยสมควรที่จะ วางเป้าหมายไว้ที่การแสวงหาทั้งโลกิยทรัพย์ และอริยทรัพย์มาไว้เป็นของตน ในทางพุทธศาสนาสอนไว้ว่า ความรวย หรือทรัพย์ที่ตนเองมีนั้น มีไว้เพื่อประโยชน์แก่ บุคคลต่าง ๆ คือ ๑) เพื่อเลี้ยงตนให้เป็นสุข ๒) เพื่อเลี้ยงบิดามารดาให้เป็นสุข ๓) เพื่อเลี้ยงบุตร ภรรยา คนใช้ และ บริวารให้เป็นสุข บ ๔) เพื่อเลี้ยงมิตรและอำมาตย์ให้เป็นสุข ๕) เพื่อบำเพ็ญทักษิณาทานในสมณ พราหมณ์ ซึ่งหมายความว่า เรายิ่งมีทรัพย์มาก เท่าไร เรายิ่งสามารถใช้ทรัพย์หาประโยชน์ ทั้ง ๕ ประการนี้ได้มากเท่านั้น ผลที่ได้จากการ ใช้ทรัพย์เช่นนี้ย่อมทำให้เราได้ผลบุญมากไปด้วย ดังนั้น กล่าวโดยสรุปแล้ว พระพุทธ นาไม่ได้สอนให้คนจน แต่สอนให้คนรู้จัก ตั้งตนตั้งฐานะให้รวยอย่างสุจริต อันเป็นการ ท่าประโยชน์ในชาตินี้ให้สมบูรณ์ และเมื่อรวย ศาสนาไ แล้วก็ควรรวยอย่างมีเป้าหมาย คือ นำทรัพย์ ไปสร้างบุญต่อ เพื่อสร้างประโยชน์ในภพหน้า ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อันจะเป็นโอกาสให้เราได้เดิน ไปสู่เป้าหมายคือการบรรลุมรรค ผล นิพพาน ในที่สุด จากหนังสือ GB 304 สูตรสำเร็จการพัฒนาองค์กรและเศรษฐกิจ กิจกรรมประจำภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๙ สอบปลายภาค ระบบเข้าสนามสอบ รับข้อสอบ ระบบทางไกล ๘๔ อยู่ในบุญ สิงหาคม ๒๕๕๙ ๒๓ - ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ๓๐ กรกฎาคม – 5 สิงหาคม ๒๕๕๙ YNB AUG_52-55 72 78-81 82-84 86-89.indd 84 7/28/2559 BE 14:42
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More