ข้อความต้นฉบับในหน้า
ๆ
เมื่อประสูติแล้วทรงเดิน ๗ ก้าวจริง ๆ และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับจริง ๆ พอครบ ๗ ก้าว
พระราชกุมารก็ทรงชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว แล้วทรงเปล่งอาสภวาจา (วาจาอันยิ่งใหญ่) ว่า “เราเป็นผู้เลิศ
ทีสุดในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ภพนี้เป็นภพสุดท้าย ภพใหม่
สำหรับเราไม่มีอีกแล้ว" อาสภิวาจาที่ทรงกล่าวมานี้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหมื่นโลกธาตุ และ
บันทึกเอาไว้ทั้งในคัมภีร์พุทธประวัติ และพระไตรปิฎกของบาลีเถรวาท พระไตรปิฎกฉบับจีน
ฉบับญี่ปุ่น ข้อความนี้ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “เทนโจวเทนเกะ ยุยงะอิจิเนียว” แปลว่า "ทั้งบนฟ้า
คือในมวลหมู่เทพยดาทั้งปวง และใต้ฟ้า คือบรรดามวลมนุษย์ เราเป็นหนึ่งในโลก" ของภาษาจีน
ออกเสียงไม่เหมือนกัน แต่ตัวหนังสือตัวเดียวกัน
ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เราพิสูจน์ไม่ได้หรืออธิบายไม่ได้อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น คนทรงที่ภูเก็ต
เวลาเทศกาลกินเจ เขาเอาหอกแทงเข้าไปในปาก เดินลุยไฟ ปีนบันไดดาบ ฯลฯ วันรุ่งขึ้นแผลก็หาย
แบบนี้หมอจะอธิบายอย่างไร แต่ถ้าเราทำอย่างนั้นบ้าง บางทีเดือนหนึ่งยังไม่หายเลย แค่คนทรง
ยังสามารถทำสิ่งที่มนุษย์สามัญทำไม่ได้ อย่าว่าแต่พระบรมโพธิสัตว์ซึ่งสูงส่งกว่าอย่างเทียบกัน
ไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ตรองดี ๆ ก่อนที่จะสรุปอะไร
ก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ ทำไมต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาถึง 5 ปี
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาแบบนี้หรือไม่?
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์ไม่ต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาและแสวงหาโมกขธรรมนาน
ถึง 5 ปี บางพระองค์แค่ ๗ วัน บรรลุธรรมเลยก็มี ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราที่ต้องบำเพ็ญ
ทุกรกิริยาถึง 5 ปี กว่าจะตรัสรู้ธรรม เป็นเพราะวิบากกรรมที่ทำมาในอดีตชาติ เรื่องมีอยู่ว่า
ชาติหนึ่งพระองค์ฉลาดมาก พอไปเห็นคนที่ไม่ฉลาดก็ดูถูกเขาว่าหัวทึบ วิบากกรรมจึงติดตามตัวมา
ขนาดชาติสุดท้ายจะตรัสรู้ธรรมแล้วยังต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาตั้ง 5 ปี ลำบากแสนสาหัสกว่าจะตรัสรู้
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้
อริยสัจ ๔ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรลุคืออะไร?
อริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เริ่มจาก ทุกข์ ก็คือ ความทุกข์ ได้แก่ ความเกิด
ความแก่ ความตาย ซึ่งทุกคนต้องเจอแน่นอน ไม่มีใครไม่เกิด เมื่อเกิดมาแล้วทุกคนก็ต้องแก่
และต้องตายในที่สุด และยังมีทุกข์จรอีก เช่น ความเจ็บไข้ได้ป่วย การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
ความไม่สบายกายไม่สบายใจต่าง ๆ สารพัดอย่าง
ความทุกข์มีสาเหตุมาจากอะไร? พระองค์ทรงพบว่า สมุทัย คือ เหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ ตัณหา
ความทะยานอยาก เพราะมีความทะยานอยากจึงเกิดทุกข์ ถ้าไม่ทะยานอยากก็ไม่ทุกข์ ตัณหาความ
ทะยานอยากแบ่งเป็น ๓ อย่าง คือ “กามตัณหา” ความอยากได้ “ภวตัณหา” ความอยากเป็น และ
"วิภวตัณหา” ความอยากที่จะไม่เป็นนั่นเป็นน
๓
พระองค์ทรงดูต่อไปว่ามีทางพ้นทุกข์หรือไม่ ก็ทรงเจอว่ามีสภาวะที่เรียกว่า นิโรธ คือ
ความดับหรือความหยุด นี้แหละเป็นทางพ้นทุกข์
พฤษภาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๙๗