ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปเข้าเฝ้า เมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า
“พระราชกุมารนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า” แล้วกราบ
ลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะ
ทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกเปี่ยมล้น
ด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมาร
ตามอย่างดาบส
๒. วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
หลังจากออกผนวชได้ 5 ปี มีพระชนมายุ ๓๕
พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบล
อุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น ๑๕
ค่า ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า "พุทธคยา
เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจ ๔ เป็นความจริงอัน
ประเสริฐ ๔ ประการ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้น
มหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนได้บรรลุญาณ
๓ คือ ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ”
D
คือ ทรงระลึกชาติในอดีตได้ ยามสอง : ทรงบรรลุ
“จุตูปปาตญาณ” คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของ
สรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็น
การจุติและอุบัติของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยามสาม :
ทรงบรรลุ “อาสวักขยญาณ” คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย
อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ได้ตรัสรู้
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 5
๓. วันวิสาขบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน
เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็น
เวลานานถึง ๔๕ ปี จนมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุวคาม ใกล้เมืองเวสาลี
แคว้นวัชชี ระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ขณะ
เดียวกันพระองค์ได้เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจ
ทำถวาย แล้วเกิดอาพาธ แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จ
ไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จ
ดับขันธปรินิพพาน
P