ความสำคัญของพระเถระในพระพุทธศาสนา วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 103 เดือนพฤษภาคม หน้า 57
หน้าที่ 57 / 85

สรุปเนื้อหา

GO ๑. ภิกษุเล่าเรียนพระสูตรที่เล่าเรียนมาดี ด้วยบทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาดี แม้อรรถแห่ง บทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาดี ก็ชื่อว่าเป็นการสืบทอดขยายความดี ๒. ภิกษุเป็นผู้ว่าง่าย ประกอบด้วยธรรมเป็นเครื่องทำให้เป็นผู้ว่าง่าย อดทนรับฟังคำพร่ำสอนโดยเคารพ ๓. ภิกษุ เป็นพหูสูต เรียนจบคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ถ่ายทอดสูตรแก่ผู้อื่นโดยเคารพ เมื่อภิกษุเหล่านั้นล่วงลับไป สูตรไม่ขาดรากฐาน มีที่พึ่งอาศัย ๔. ภิกษุเป็นเถระ ไม่มักมาก ไม่ย่อหย่อน หมดธุระในโอกกมนธรรม (หมายถึงละนิวรณ์ ๕ และบรรลุธรรม ตั้งแต่ ระดับปฐมฌานเป็นต้นไป) เป็นผู้นำในปวิเวก (หมายถึงนำผองชนเจริญภาวนา) ปรารภ ความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ ทำให้แจ้ง หมู่คนรุ่นหลังพากันตามอย่างภิก

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของพระเถระในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

GO ๑. ภิกษุเล่าเรียนพระสูตรที่เล่าเรียนมาดี ด้วยบทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาดี แม้อรรถแห่ง บทพยัญชนะที่สืบทอดกันมาดี ก็ชื่อว่าเป็นการสืบทอดขยายความดี ๒. ภิกษุเป็นผู้ว่าง่าย ประกอบด้วยธรรมเป็นเครื่องทำให้เป็นผู้ว่าง่าย อดทนรับฟังคำพร่ำสอนโดยเคารพ ๓. ภิกษุ เป็นพหูสูต เรียนจบคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ถ่ายทอดสูตรแก่ผู้อื่นโดยเคารพ เมื่อภิกษุเหล่านั้นล่วงลับไป สูตรไม่ขาดรากฐาน มีที่พึ่งอาศัย ๔. ภิกษุเป็นเถระ ไม่มักมาก ไม่ย่อหย่อน หมดธุระในโอกกมนธรรม (หมายถึงละนิวรณ์ ๕ และบรรลุธรรม ตั้งแต่ ระดับปฐมฌานเป็นต้นไป) เป็นผู้นำในปวิเวก (หมายถึงนำผองชนเจริญภาวนา) ปรารภ ความเพียรเพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ ทำให้แจ้ง หมู่คนรุ่นหลังพากันตามอย่างภิกษุเถระเหล่านั้น แม้หมู่คนรุ่นหลังนั้นก็ไม่มักมาก ไม่ย่อหย่อน หมดธุระในโอกกมนธรรม เป็นผู้นำในปวิเวก ปรารภความเพียรเพื่อถึงธรรม ที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งธรรมที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ๕. สงฆ์ พร้อมเพรียงกัน ชื่นชมกัน ไม่วิวาทกัน มีอุทเทสที่สวดร่วมกันอยู่ผาสุก เมื่อสงฆ์พร้อมเพรียงกัน จึงไม่มีการด่ากัน ไม่มีการบริภาษกัน ไม่มีการใส่ร้ายกัน ไม่มีการทอดทิ้งกัน หมู่คนที่ยัง ไม่เลื่อมใสในสงฆ์นั้นก็เลื่อมใส และหมู่คนที่เลื่อมใสแล้วก็เลื่อมใสยิ่งขึ้น ย่อมเป็นไป เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่หายไปแห่งสัทธรรม พระบรมพุทโธวาทนี้ ชี้ให้เห็นว่า พระภิกษุเถระยิ่งพรรษาสูงมากเท่าใด ยิ่งต้องเป็นผู้น่าในการบาเพ็ญภาวนามากเท่านั้น เพราะพระภิกษุเถระ คือ ผู้แจกจ่ายโลกุตรธรรมให้แก่พระมัชฌิมะ พระนวกะ และ ประชาชนที่บำรุงเลี้ยงพระพุทธศาสนาด้วยปัจจัย ๔ อย่างไม่ฝืดเคือง ตามปกติธรรมดาของคนเรานั้น การที่ใครจะแจกจ่ายสิ่งใดให้ผู้อื่นได้ ก็จะต้องเป็น ผู้มีสิ่งนั้นก่อน การที่พระเถระจะเป็นผู้ให้โลกุตรธรรมแก่วัดแก่สังคมได้ พระเถระก็ต้องเป็น ผู้มีโลกุตรธรรมนั้นก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทอดทิ้งการกระทำาความเพียรภาวนาไม่ได้เลยแม้แต่ วันเดียว และพระพุทธองค์ก็ทรงรู้ดีว่า การได้โลกุตรธรรมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาสวกิเลส เป็นธาตุสกปรกที่ซ่อนอยู่ในใจ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้แต่พระบรมศาสดา เอง ก็ยังต้องบำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน จึงจะกำจัดกิเลสได้เด็ดขาด บรรลุ โลกุตรธรรม คือมรรคผลนิพพานที่อยู่ในตัว ดังนั้น การปฏิบัติตามพระบรมพุทโธวาททั้ง ๕ ประการชนิดอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน เท่านั้น จึงจะทำให้พระเถระสามารถเป็นผู้แจกจ่ายโลกุตรธรรมแก่สังคมได้ สามารถเป็น ผู้นำพระมัชฌิมะ พระนวกะในวัดนั้นให้บรรลุโลกุตรธรรมได้ และสามารถนำประชาชนให้เข้า ถึงโลกุตรธรรมได้ นี่คือ ความเคารพในธรรมของพระเถระ ที่จะทำให้พระสัทธรรมในพระพุทธศาสนา ดำรงมั่นสืบต่อไปอีกนานแสนนาน 8 ตติยสัทธัมมสัมโมสสูตร, อง, ปญฺจก. ๒๒/๑๕๖/๒๕๗-๒๕๘ (มจร.) อ่านต่อฉบับหน้า ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More