ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้คนก็จะเกิดค่านิยมยอมทำทุกอย่างให้ได้เงินมาโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม แม้แต่การ
ทำมาหากินด้วยอบายมุข ซึ่งเป็นการเลี้ยงชีพอยู่บนความทุกข์ของคนอื่น ก็ทำได้โดยไม่รู้สึก
ขัดเขินละอายแก่ใจ
บรรยากาศของบ้านเมืองย่อมเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ การซุบซิบนินทา ยินดี
กับการรับรู้เรื่องผิดศีลผิดธรรมตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน นั่นคือประชาชนต่างมี
ความเห็นเป็น “มิจฉาทิฐิ” คือ เข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงว่า “พระธรรมอันเป็นเครื่องนำ
ผองชนให้หลุดพ้นจากทุกข์ในวัฏสงสาร” ต่ำต้อยด้อยค่ากว่า “การทำมาหากินและการใช้
ชีวิตจมอยู่ในอบายมุข" ในที่สุดทั้งบ้านทั้งเมืองก็ไม่หลงเหลือบรรยากาศในการศึกษาและ
ปฏิบัติธรรมอีกต่อไป
เมื่อบรรยากาศของการศึกษาการปฏิบัติธรรมของ “เมืองพุทธ” หมดสิ้นไป ก็เท่ากับ
“วัฒนธรรมชาวพุทธ” หมดสิ้นตามไปด้วย “การทำทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา”
ย่อมหมดสิ้นลง “ความเคารพในพระรัตนตรัย” ย่อมหมดสิ้นไปจากจิตใจของชาวพุทธ และ
นั่นก็คือ ความสิ้นสูญของพระพุทธศาสนา ดังที่เกิดขึ้นกับอดีตเมืองพุทธในหลาย ๆ ประเทศ
ที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น การที่ชาวพุทธปล่อยให้วัดร้างไปหนึ่งวัด ย่อมเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า วัด
กำลังลดจำนวนลง พระภิกษุกำลังลดจำนวนลง และชาวพุทธก็กำลังลดจำนวนลงด้วย
เมื่อสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ จะมีสิ่งใดเป็นหลักประกันว่า วัดทั้ง ๓๐,๐๐๐ กว่าวัด
ทั่วประเทศจะไม่ร้างจนหมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย
๕. หัวใจแห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ความเสื่อมและความเจริญของพระพุทธศาสนา”
ขึ้นอยู่กับ “ความเคารพในธรรม” เพราะเมื่อขาดความเคารพในธรรมย่อมเท่ากับขาดความ
เคารพในคุณความดีทั้งปวงของพระพุทธศาสนา การศึกษาย่อมขาดสูญ การบรรลุธรรมย่อม
ขาดสูญ การปกป้องพระพุทธศาสนาย่อมขาดสูญ ความเคารพในธรรมจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด
ในพระพุทธศาสนา เพราะแม้แต่พระบรมศาสดา เมื่อตรัสรู้แล้วก็ยังต้องเคารพโลกุตรธรรม
ที่พระองค์ตรัสรู้แล้วด้วยพระองค์เองต่อไป ดังนั้น เรื่องของความเคารพในธรรมนี้ จึงเป็น
รากฐานทั้งหมดของพระพุทธศาสนาทีเดียว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้โอวาทเรื่องความเคารพในธรรมไว้ ๓ ระดับ สำหรับ
พระนวกะ พระมัชฌิมะ และพระเถระ ซึ่งมีภูมิรู้ภูมิธรรมและพรรษาแก่อ่อนกว่ากัน ดังนี้
๕.๑ โอวาทสำหรับพระนวกะ
พระนวกะ คือพระบวชใหม่ที่มีอายุการบวชยังไม่ครบ ๕ พรรษา ยังต้องฝึกถือนิสัยของ
บรรพชิต เพื่อละทิ้งนิสัยของฆราวาส ซึ่งติดมาจากบ้านตั้
คนตั้งแต่ก่อนบวช ยังต้องอยู่ในการ
1 คารวสูตร, ส.ส. ๑๕/๑๗๓/๒๓๔ (มจร.)
2 นิสัยของบรรพชิต หมายถึง นิสสัย ๔ ได้แก่ ๑) เลี้ยงชีวิตด้วยบิณฑบาต ๒) นุ่งห่มด้วยผ้าบังสุกุล
๓) อาศัยอยู่ใต้โคนไม้ ๔) ฉันเภสัชด้วยยาดองน้ำมูตรเน่า โดยจะต้องได้รับการฝึกอบรมให้ปฏิบัติได้
ถูกต้องตามพระธรรมวินัยจากพระอุปัชฌายาจารย์ (จัตตารินิสสยะ, วิ.ม. ๔/๑๒๘/๑๙๗ (มจร.)