การปฏิบัติตามพระบรมพุทโธวาท วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 103 เดือนพฤษภาคม หน้า 55
หน้าที่ 55 / 85

สรุปเนื้อหา

ธรรม ๕ ประการนี้ ๑. เรียนธรรม (หมายถึงการเรียนพระไตรปิฎก) คือ สุตตะ เคยยะ เวย ยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ ๒. แสดงธรรมตาม ที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ๓. บอกธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ๔. ทำการสาธยายธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตาม ที่ตนได้เรียนมาโดยพิสดาร ๕. ตรึกตาม ตรองตาม เพ่งตามด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ตนได้ สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมา ย่อมเป็นไปเพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่หายไปแห่ง สัทธรรม” การปฏิบัติตามพระบรมพุทโธวาททั้ง ๕ ประการนี้ ย่อมทำให้พระมัชฌิมะขยันเล่า เรียนพระธรรมวินัย ขยันเทศน์สอนตัวเอง ฝึกเทศน์สอนผู้อื่น ย่อมสามารถช่วยแบ่งเบา ภาระของหมู่คณะตลอดจนพระอุปัชฌายาจารย์ได้มากมายหลายอย่าง เช่น การเป็นพระ พี

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติตามพระบรมพุทโธวาท

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรม ๕ ประการนี้ ๑. เรียนธรรม (หมายถึงการเรียนพระไตรปิฎก) คือ สุตตะ เคยยะ เวย ยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ ๒. แสดงธรรมตาม ที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ๓. บอกธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมาแก่ผู้อื่นโดยพิสดาร ๔. ทำการสาธยายธรรมตามที่ตนได้สดับมา ตาม ที่ตนได้เรียนมาโดยพิสดาร ๕. ตรึกตาม ตรองตาม เพ่งตามด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ตนได้ สดับมา ตามที่ตนได้เรียนมา ย่อมเป็นไปเพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่หายไปแห่ง สัทธรรม” การปฏิบัติตามพระบรมพุทโธวาททั้ง ๕ ประการนี้ ย่อมทำให้พระมัชฌิมะขยันเล่า เรียนพระธรรมวินัย ขยันเทศน์สอนตัวเอง ฝึกเทศน์สอนผู้อื่น ย่อมสามารถช่วยแบ่งเบา ภาระของหมู่คณะตลอดจนพระอุปัชฌายาจารย์ได้มากมายหลายอย่าง เช่น การเป็นพระ พี่เลี้ยงให้แก่พระนวกะ เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวนี้ คือปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมทำนุบำรุง วัดและพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป สาเหตุที่พระมัชฌิมะเป็นพระพี่เลี้ยงให้พระนวกะได้ ก็เพราะเป็นผู้ที่สามารถดูแล ตัวเองให้อยู่ในพระธรรมวินัย มีความรู้ลึกซึ้ง และสามารถปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม ประเพณีของพระภิกษุสงฆ์ได้อย่างถูกต้อง เช่น เรื่องอาจริยวัตร คือการอุปัฏฐากรับใช้ อาจารย์อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวินัยของสงฆ์ว่าด้วยเรื่องมารยาทและธรรมเนียมที่ดีงาม อันเป็น แบบฉบับที่พระสงฆ์พึงศึกษาอบรมและปฏิบัติจนเกิดเป็นนิสัย เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย สวยงามในหมู่คณะ และเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของปวงชนทั่วไป เช่น การนุ่งห่มจีวร ซึ่ง รวมถึงมารยาทในการเดิน การยืน การนอน การนั่ง การล้างหน้า การอาบน้ำ การแปรง ฟัน การซักจีวร การเก็บจีวร การบิณฑบาต ซึ่งรวมถึงมารยาทในการขบฉัน การดื่มน้ำ การเคี้ยวอาหาร การพูดคุย การล้างบาตร การรักษาบาตร การใช้เสนาสนะ ซึ่งครอบคลุม ถึงเรื่องการปูอาสนะ การล้างเท้า การถอดรองเท้า การวางตั้ง การกวาดพื้น การกวาดเพดาน การกวาดข้างฝา การปิดและการเปิดหน้าต่างในฤดูหนาว การปิดและการเปิดหน้าต่างใน ฤดูร้อน การสำรวมอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ซึ่งรวมถึงมารยาทในการถ่ายอุจจาระ การปัสสาวะ การบ้วนน้ำลาย การสนทนากับญาติโยม เป็นต้น แต่เนื่องจากพระมัชฌิมะยังมีอายุการบวชไม่ครบ ๑๐ พรรษา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงไม่ทรงอนุญาตให้เป็นพระอุปัชฌาย์ หรือเป็นพระอาจารย์ผู้ให้นิสัยของบรรพชิต เพราะ ยังต้องบ่มเพาะคุณสมบัติอื่น ๆ เพื่อเตรียมตัวเป็นพระเถระเมื่ออายุพรรษาครบสิบเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะความฉลาดในการคัดเลือกคน การให้อุปสมบท การอบรมคน การปกครองคน และการเผยแผ่ เป็นต้น ดังนั้น การฝึกอบรมตนของพระมัชฌิมะตามโอวาทของพระพุทธองค์ทั้ง ๕ ข้อ ดังกล่าวนั้น ก็คือ การเคร่งครัดฝึกอบรมตนเองให้อยู่ในพระธรรมวินัย ส่วนการฝึกค้นคว้า 6 ทุติยสัทธัมมสัมโมสสูตร, อง, ปญฺจก. ๒๒/๑๕๕/๒๕๔-๒๕๕ (มจร.) ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More