ชัยชนะและความสำเร็จ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 103 เดือนพฤษภาคม หน้า 62
หน้าที่ 62 / 85

สรุปเนื้อหา

ธรรมกาย ตอนเริ่มสร้างวัดได้ไม่นาน ละแวกนี้เป็ ทุ่งนาทั้งนั้น เป็นที่รู้กันว่าที่ไหนมีทุ่งนา ที่นั่นจะมี หนูนามาคอยกินข้าว และจะมีงูเห่ามาคอยกินหนูนา เป็นอาหาร ในทุ่งนาจึงมีหนูนาและงูเห่าเป็นปกติ ดังนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่า ๆ มีอยู่วันหนึ่ง ข้าง ๆ คูน้ำรอบวัด พอต้นไม้ เริ่มโตขึ้นมาก็จะมีกิ่งหักบ้าง เราเลยตัดกิ่งไม้มากอง สุม ๆ ไว้ เอาไว้เป็นฟืนหุงข้าว ตรงข้ามกองฟืน ริมน้ำเจอหนูนากับงูเห่ากำลังสู้กันอยู่ ปกติหนูเป็น อาหาร เจองูเข้ามันก็ยืนขาแข็งตัวสั่น แล้วก็มา จับกินสบาย ๆ คาบเสร็จก็ขยายปากใหญ่ขึ้น แล้ว ค่อย ๆ คลุมตัวหนู หนูทั้งตัวก็เข้าไปอยู่ในตัวงู แล้ว ก็ค่อย ๆ ย่อย แต่นี่ไม่ใช่อย่างนั้น หนูมันสู้ อาตมา ยังคิดว่าตัวเองตาฝาด ใช่พังพอนหรือเปล่า แต่ดู ดี ๆ ปรากฏว่าเป็นหนูนา สู้กันอยู่พักใหญ่

หัวข้อประเด็น

- ชัยชนะและความสำเร็จ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธรรมกาย ตอนเริ่มสร้างวัดได้ไม่นาน ละแวกนี้เป็ ทุ่งนาทั้งนั้น เป็นที่รู้กันว่าที่ไหนมีทุ่งนา ที่นั่นจะมี หนูนามาคอยกินข้าว และจะมีงูเห่ามาคอยกินหนูนา เป็นอาหาร ในทุ่งนาจึงมีหนูนาและงูเห่าเป็นปกติ ดังนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่า ๆ มีอยู่วันหนึ่ง ข้าง ๆ คูน้ำรอบวัด พอต้นไม้ เริ่มโตขึ้นมาก็จะมีกิ่งหักบ้าง เราเลยตัดกิ่งไม้มากอง สุม ๆ ไว้ เอาไว้เป็นฟืนหุงข้าว ตรงข้ามกองฟืน ริมน้ำเจอหนูนากับงูเห่ากำลังสู้กันอยู่ ปกติหนูเป็น อาหาร เจองูเข้ามันก็ยืนขาแข็งตัวสั่น แล้วก็มา จับกินสบาย ๆ คาบเสร็จก็ขยายปากใหญ่ขึ้น แล้ว ค่อย ๆ คลุมตัวหนู หนูทั้งตัวก็เข้าไปอยู่ในตัวงู แล้ว ก็ค่อย ๆ ย่อย แต่นี่ไม่ใช่อย่างนั้น หนูมันสู้ อาตมา ยังคิดว่าตัวเองตาฝาด ใช่พังพอนหรือเปล่า แต่ดู ดี ๆ ปรากฏว่าเป็นหนูนา สู้กันอยู่พักใหญ่ ปรากฏ ว่างูสู้ไม่ได้ เลื้อยลงน้ำว่ายหนีไปเลย ก็นึกว่าหนูนา ตัวนี้ไม่ธรรมดา วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าที่เก่าเวลาเดิมช่วงหลังเพล มาอีกแล้ว หนูนาตัวเดิม แต่คราวนี้งูมา ๒ ตัว มัน ไปชวนคู่มาด้วย ตัวผู้ตัวเมียมา ๒ ตัว รุมเลย ๑ สู้ ไม่ได้ไปเอามา ๒ เลย หนูนาก็รู้ใจขาด สู้กันอยู่ พักใหญ่ ๒ ตัวกินหนูนาไม่ลง หนูกระโดดมาทาง นี้ แล้วกระโดดหลบ กัดไปหนึ่งที พองมาทางนี้ กระโดดหลบมาทางนี้ กัดไปอีกหนึ่งที สุดท้ายงูเห่า ๒ ตัว ยอมแพ้ เลื้อยลงน้ำหนีไปทั้งคู่เลย เจ้าหนูนา ทำอย่างไรรู้ไหม มันกระโดดขึ้นบนกองฟืนที่เรียงกัน อยู่ กระโดดเป็นขั้น ๆ ขึ้นไปอยู่บนยอดกองพื้น แล้ว ก็ชู ๒ ขาหน้าขึ้น ยืนด้วย ๒ ขาหลัง ร้องจิ๊กรัก ๆ ประกาศชัยชนะของมันให้โลกรู้ โอ้โฮ! ขนาดสัตว์ ยังรู้สึกภาคภูมิใจกับชัยชนะของมันขนาดนี้ เป็นสิ่ง สะท้อนให้เห็นว่า ทุก ๆ ชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องการ ชัยชนะ ต้องการความสำเร็จ ยิ่งได้มายากลำบาก เท่าไร ก็ยิ่งมีความภาคภูมิใจเท่านั้น ๗๒ จริง ๆ เรื่องนี้เราได้ข้อคิดหลายอย่าง ถ้าเจอ อุปสรรคแล้วกลัวไปก่อน ครั่นคร้ามยืนขาสั่น ก็จะ กลายเป็นเหยื่อเป็นอาหารไป แต่ถ้ามีใจฮึดสู้ไม่ ยอมแพ้ ก็จะชนะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจึง สรุปว่า “ต้องสู้จึงจะชนะ" ไม่เฉพาะหนูสูงหรอก หมูป่าที่เคยเป็นอาหารเสือ เจอเสือจะมากิน พอหมู ไม่กลัว ตั้งหลักดี ๆ ใจไม่ได้ครั่นคร้าม เล็งดี ๆ เสือมาแล้วเอาเขี้ยวขวิดขวับเดียว เยื้องตัวหน่อย ให้หลบกรงเล็บเสือได้ แล้วขวิดเข้าไปในท้องเสือ เสือ ท้องแตกตาย ไส้ทะลักเลย ไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้น ถ้าสู้แล้วโอกาสชนะ โอกาสแห่งความสำเร็จจะอยู่ กับเรา เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ชีวิตทุก ๆ ชีวิตต้องการ ชัยชนะ แต่ถ้าชัยชนะนั้นไปฝากไว้กับการฝึกตัวเอง พัฒนาตัวเอง อันนั้นไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อไรเป็น ชัยชนะที่ไปฝากไว้กับเงื่อนไขภายนอก เช่น ซื้อ ลอตเตอรี่ แล้วรอลุ้นว่า เลขจะออกเบอร์อะไร อันนี้ ไม่สร้างสรรค์เลย เป็นการพนัน จะทำให้เราเสื่อมลง คนโดยทั่วไปกว่าจะได้ชัยชนะในชีวิตมาต้องทุ่มเท มาก ต้องเหนื่อย และใช้เวลานาน บางคนรู้สึกว่า ไม่ทันใจ แต่พอมาเล่นการพนัน มาอยู่ในเกมแล้ว รู้สึกว่าแป๊บเดียวรู้ผล บางทีเกมบางเกม เช่น เล่น ไฟ บางที ๓ นาที ๕ นาที ก็รู้ผลแล้วว่าชนะหรือแพ้ เดี๋ยวเอาใหม่ รู้สึกเร็วทันใจดี มีโอกาสแก้ตัวเร็วดี เราจึงพบคำตอบว่าทำไมโบราณมีคำว่า “ผีพนันเข้า สิง” คนบางคนไม่ได้เป็นนักพนันมาก่อน แต่มีคน ชวนไปเล่นการพนัน พอเล่นไปสักพักติดงอมแงมเลย เขาบอกว่าผีพนันเข้าสิง ถามว่าเพราะอะไร เพราะ มันสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการ ชัยชนะอยู่แล้ว แล้วมันเป็นวงจรชัยชนะที่มันสั้น ง่ายดี เร็วดี ไปยุ่งกับมันมาก ๆ เข้า ก็ติดเลย เล่น ชนะก็อยากจะชนะต่อ พอแพ้ก็อยากจะแก้ตัว ความจริงไม่ใช่เฉพาะการพนันที่เป็นเงินเป็น ทอง มีอีกอันที่ดีกรีย่อมเยากว่า แต่สอดคล้องกับ ธรรมชาติมนุษย์อย่างนี้เหมือนกัน คือการเล่นเกม | 72
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More