ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมกาย ตอนเริ่มสร้างวัดได้ไม่นาน ละแวกนี้เป็
ทุ่งนาทั้งนั้น เป็นที่รู้กันว่าที่ไหนมีทุ่งนา ที่นั่นจะมี
หนูนามาคอยกินข้าว และจะมีงูเห่ามาคอยกินหนูนา
เป็นอาหาร ในทุ่งนาจึงมีหนูนาและงูเห่าเป็นปกติ
ดังนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่า
ๆ
มีอยู่วันหนึ่ง ข้าง ๆ คูน้ำรอบวัด พอต้นไม้
เริ่มโตขึ้นมาก็จะมีกิ่งหักบ้าง เราเลยตัดกิ่งไม้มากอง
สุม ๆ ไว้ เอาไว้เป็นฟืนหุงข้าว ตรงข้ามกองฟืน
ริมน้ำเจอหนูนากับงูเห่ากำลังสู้กันอยู่ ปกติหนูเป็น
อาหาร เจองูเข้ามันก็ยืนขาแข็งตัวสั่น แล้วก็มา
จับกินสบาย ๆ คาบเสร็จก็ขยายปากใหญ่ขึ้น แล้ว
ค่อย ๆ คลุมตัวหนู หนูทั้งตัวก็เข้าไปอยู่ในตัวงู แล้ว
ก็ค่อย ๆ ย่อย แต่นี่ไม่ใช่อย่างนั้น หนูมันสู้ อาตมา
ยังคิดว่าตัวเองตาฝาด ใช่พังพอนหรือเปล่า แต่ดู
ดี ๆ ปรากฏว่าเป็นหนูนา สู้กันอยู่พักใหญ่ ปรากฏ
ว่างูสู้ไม่ได้ เลื้อยลงน้ำว่ายหนีไปเลย ก็นึกว่าหนูนา
ตัวนี้ไม่ธรรมดา
วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าที่เก่าเวลาเดิมช่วงหลังเพล
มาอีกแล้ว หนูนาตัวเดิม แต่คราวนี้งูมา ๒ ตัว มัน
ไปชวนคู่มาด้วย ตัวผู้ตัวเมียมา ๒ ตัว รุมเลย ๑ สู้
ไม่ได้ไปเอามา ๒ เลย หนูนาก็รู้ใจขาด สู้กันอยู่
พักใหญ่ ๒ ตัวกินหนูนาไม่ลง หนูกระโดดมาทาง
นี้ แล้วกระโดดหลบ กัดไปหนึ่งที พองมาทางนี้
กระโดดหลบมาทางนี้ กัดไปอีกหนึ่งที สุดท้ายงูเห่า
๒ ตัว ยอมแพ้ เลื้อยลงน้ำหนีไปทั้งคู่เลย เจ้าหนูนา
ทำอย่างไรรู้ไหม มันกระโดดขึ้นบนกองฟืนที่เรียงกัน
อยู่ กระโดดเป็นขั้น ๆ ขึ้นไปอยู่บนยอดกองพื้น แล้ว
ก็ชู ๒ ขาหน้าขึ้น ยืนด้วย ๒ ขาหลัง ร้องจิ๊กรัก ๆ
ประกาศชัยชนะของมันให้โลกรู้ โอ้โฮ! ขนาดสัตว์
ยังรู้สึกภาคภูมิใจกับชัยชนะของมันขนาดนี้ เป็นสิ่ง
สะท้อนให้เห็นว่า ทุก ๆ ชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องการ
ชัยชนะ ต้องการความสำเร็จ ยิ่งได้มายากลำบาก
เท่าไร ก็ยิ่งมีความภาคภูมิใจเท่านั้น
๗๒
จริง ๆ เรื่องนี้เราได้ข้อคิดหลายอย่าง ถ้าเจอ
อุปสรรคแล้วกลัวไปก่อน ครั่นคร้ามยืนขาสั่น ก็จะ
กลายเป็นเหยื่อเป็นอาหารไป แต่ถ้ามีใจฮึดสู้ไม่
ยอมแพ้ ก็จะชนะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านจึง
สรุปว่า “ต้องสู้จึงจะชนะ" ไม่เฉพาะหนูสูงหรอก
หมูป่าที่เคยเป็นอาหารเสือ เจอเสือจะมากิน พอหมู
ไม่กลัว ตั้งหลักดี ๆ ใจไม่ได้ครั่นคร้าม เล็งดี ๆ
เสือมาแล้วเอาเขี้ยวขวิดขวับเดียว เยื้องตัวหน่อย
ให้หลบกรงเล็บเสือได้ แล้วขวิดเข้าไปในท้องเสือ เสือ
ท้องแตกตาย ไส้ทะลักเลย ไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้น
ถ้าสู้แล้วโอกาสชนะ โอกาสแห่งความสำเร็จจะอยู่
กับเรา
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ชีวิตทุก ๆ ชีวิตต้องการ
ชัยชนะ แต่ถ้าชัยชนะนั้นไปฝากไว้กับการฝึกตัวเอง
พัฒนาตัวเอง อันนั้นไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อไรเป็น
ชัยชนะที่ไปฝากไว้กับเงื่อนไขภายนอก เช่น ซื้อ
ลอตเตอรี่ แล้วรอลุ้นว่า เลขจะออกเบอร์อะไร อันนี้
ไม่สร้างสรรค์เลย เป็นการพนัน จะทำให้เราเสื่อมลง
คนโดยทั่วไปกว่าจะได้ชัยชนะในชีวิตมาต้องทุ่มเท
มาก ต้องเหนื่อย และใช้เวลานาน บางคนรู้สึกว่า
ไม่ทันใจ แต่พอมาเล่นการพนัน มาอยู่ในเกมแล้ว
รู้สึกว่าแป๊บเดียวรู้ผล บางทีเกมบางเกม เช่น เล่น
ไฟ บางที ๓ นาที ๕ นาที ก็รู้ผลแล้วว่าชนะหรือแพ้
เดี๋ยวเอาใหม่ รู้สึกเร็วทันใจดี มีโอกาสแก้ตัวเร็วดี
เราจึงพบคำตอบว่าทำไมโบราณมีคำว่า “ผีพนันเข้า
สิง” คนบางคนไม่ได้เป็นนักพนันมาก่อน แต่มีคน
ชวนไปเล่นการพนัน พอเล่นไปสักพักติดงอมแงมเลย
เขาบอกว่าผีพนันเข้าสิง ถามว่าเพราะอะไร เพราะ
มันสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการ
ชัยชนะอยู่แล้ว แล้วมันเป็นวงจรชัยชนะที่มันสั้น
ง่ายดี เร็วดี ไปยุ่งกับมันมาก ๆ เข้า ก็ติดเลย เล่น
ชนะก็อยากจะชนะต่อ พอแพ้ก็อยากจะแก้ตัว
ความจริงไม่ใช่เฉพาะการพนันที่เป็นเงินเป็น
ทอง มีอีกอันที่ดีกรีย่อมเยากว่า แต่สอดคล้องกับ
ธรรมชาติมนุษย์อย่างนี้เหมือนกัน คือการเล่นเกม
|
72