ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดยยาก ต้องเป็นบุคคลผู้มีดวงปัญญาสว่าง
ไสว อันเกิดจากการสั่งสมบุญบารมีมานับ
ภพนับชาติไม่ถ้วน จึงมองเห็นคุณประโยชน์
จากการฝึกฝนอบรมตนตาม พระธรรมวินัย
ในขณะที่ร่างกายยังแข็งแรง สติปัญญายัง
แจ่มใส ย่อมไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปด้วย
ความไม่ประมาทในชีวิต
ชีวิตของสามเณรในยามนี้ จึงเป็น
เวลาที่มีคุณค่ายิ่ง ด้วยรู้ซึ้งแล้วว่า เวลาใน
ชีวิตแสนสั้น เหมือนรอยไม้ที่ขีดลงไปในน้ำ
ไม่นานย่อมจางหาย จะมัวเพลินในความเป็น
หนุ่มเป็นสาว เพลินในความไม่มีโรค เพลิน
ในความมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
... ในเมื่อ ชรา และมรณภัย คืบคลาน
เข้ามาเบียดเบียนอยู่ทุกขณะ ...
หากรอให้เข้าสู่ปัจฉิมวัย ร่างกาย
ร่วงโรย สติปัญญาถดถอย ไฉนเลยจะ
พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ได้
บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายในกาล
ก่อน จึงเป็นผู้หมั่นพิจารณาเป้าหมายการ
เกิดมาอยู่เนืองนิจ ว่าทุกชีวิตล้วนเกิดมาเพื่อ
แสวงหาความบริสุทธิ์หลุดพ้น ไถ่ถอนตนให้
พ้นจากอำนาจกิเลส ใช่เกิดมาเพื่อแสวงหา
ลาภ ยศ และสรรเสริญสุข แต่ประการใดไม่
...สามเณรจึงตัดสินใจเลือกหนทางสายนี้
หนทางสายกลางที่มีคุณค่ายิ่งต่อมวล
มนุษยชาติ เดินตามรอยบาทพระศาสดา
ผู้ยื่าธรรมเภรีไปทั่วทุกแห่งหน
ชาวโลกทั่วไป หากมองผิวเผินอาจ
เข้าใจผิดคิดว่า ชีวิตของสามเณร เป็นชีวิตที่
ด้อยโอกาส เห็นจะเป็นจริงดังอ้าง คือ ด้อย
โอกาสจากอกุศลกรรม ด้อยโอกาสจาก
ป
อบายภูมิ อันจะนำพาชีวิตให้ตกต่ำ แต่ความ
จริงยิ่งไปกว่านั้น คือ ชีวิตของสามเณรเป็น
ชีวิตที่ “ได้โอกาส” อันทรงคุณค่ายิ่ง ได้
โอกาสในการทำความดีอันวิเศษ คือ ...ได้
โอกาสใกล้ชิดพระรัตนตรัย ที่หล่อหลอมกาย
วาจา ใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทําให้ได้เข้าถึง
ฐานะอันประเสริฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด
ของทุกชีวิต ทุกอย่างล้วนรวมอยู่ในคําว่า
สามเณร ผู้เป็นเหล่ากอของสมณะ
เป็นผู้ที่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
ต้องกราบไหว้บูชา ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าอนาคามี
เป็นคฤหัสถ์ไซร้ อนาคามีผู้คฤหัสถ์นั้น
พึงกระทำกิจทั้งหลาย มีการอภิวาทเป็นต้น
แก่สามเณร แม้ผู้บวชในวันนั้น”
บ่งบอกถึงฐานะอันยิ่งของเหล่ากอ
สมณะ แม้แต่ผู้ครองเรือนบรรลุธรรมขั้นสูง
ถึงระดับอนาคามี ยังต้องกราบไหว้สามเณร
แม้บวชได้เพียงวันเดียว จึงควรที่สาธุชน
ทั้งหลาย จะเชิดชูบูชาด้วยความเคารพ ไม่
ดูแคลนว่า
ท่านยังอ่อนด้อย ดังพุทธภาษิตที่ว่า
ไม่ดูหมิ่นงูพิษว่าตัวเล็ก ไม่ดูหมิ่นยุวกษัตริย์
ว่ายังเยาว์ ไม่ดูหมิ่นสมณะน้อยว่ายังด้อย
ภูมิธรรม
เพราะอนาคตของบวรพุทธศาสนา
ฝากฝังไว้ในมือของสามเณร ผู้แบกรับภาระ
ของศาสน์ไว้ด้วยใจมั่น มโนปณิธานกล้า
แกร่งได้หยั่งรากลึกต้นกล้าแห่งธรรมบนผืนดิน
รอวันเจริญรุ่งเรืองสว่างไสว ให้ร่มเงาเฉก
เช่นไม้ใหญ่...สืบต่อไป
อยู่ใน se)๓๐