ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะผ่องใสหรือเศร้าหมอง ถ้าใสก็ไปสุคติ
โลกสวรรค์ ถ้าหมองก็ไปอบาย
หมองกับใสขึ้นอยู่กับการกระทำ
ของเราตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ ทั้งทางกาย
ทางวาจา ทางใจ ถ้าทำบุญด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ ใจก็จะผ่องใสไม่เศร้าหมอง
ถ้าทำบาปใจก็เศร้าหมองไม่ผ่องใส ถ้าทำ
ทั้งบุญทั้งบาป ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเปิด
ช่องไหนให้ใจรับ อะไรที่ทาเป็นอาจิณ-
กรรมทำบ่อยๆ เสพคุ้นบ่อยๆ มันคุ้นเคย
กับความคิด พอนึกคิดสิ่งนั้นง่าย ภาพนั้น
จะมาปรากฏก่อน จะมาฉายให้เราเห็น
อย่างต่อเนื่องกันทีเดียว เดี่ยวภาพบุญบ้าง
ภาพบาปบ้างสลับกันไป บางช่วงภาพบุญ
ยาว ภาพบาปสั้น บางช่วงภาพบาปยาว
ภาพบุญสั้น สลับไปสลับมาอย่างนี้ แล้ว
เห็นอยู่คนเดียวกองเชียร์อยู่รอบข้างไม่เห็น
แล้วก็พอภาพสุดท้ายของใครได้ภาพที่ดีก็
ไปตี ใครได้ภาพที่กระท่าไม่ดีก็ดึงดูดให้ไป
อบาย นี่บทสรุปของชีวิตเขาสรุปกันตรงนี้
ชีวิตในปรโลก ถ้ามีบุญมากก็ไปมี
ความสุขในสุคติโลกสวรรค์มาก บางท่าน
ท่องเที่ยวอยู่ในโลกสวรรค์เลย คือจาก
สวรรค์ชั้นหนึ่งไปชั้นสอง สองไปสาม ไปสี่
ไปห้า ไปหก หกแล้วย้อนลงมาใหม่ หลาย
เที่ยวก็มี เที่ยวเดียวก็มี อย่างนี้เขาเรียกว่า
ท่องอยู่ในสวรรค์ ตรงกันข้าม ถ้าบาปมาก
ก็ท่องในอบายยาวนานทีเดียว ในมหานรก
ขุมต่างๆ จากขุมนี้ไปขุมโน้น ขุมโน้นไปขุมนี้
ขุมใหญ่ไปขุมบริวาร ขุมบริวารไปชุมใหญ่
อีกแล้ว หรือขุมใหญ่ไปขุมใหญ่ หรือขุม
บริวารไปขุมบริวาร สลับกันไปมา หรืออยู่
ในขุมเดียวกันแต่ว่าต่างกรรมต่างวาระกัน
เจอกันอีก หลุดจากนี้ไปเจอโน้น หลุดโน้น
ไปกันต่อๆ กันไป
กว่าจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ก็เป็น
เวลายาวนาน และพอจะมาเป็นมนุษย์
ตอนก่อนจะมาเกิดก็ตัดสินกันที่บุญกับบาป
อีก มีบุญก็มาเกิดในตระกูลที่ดี ชีวิตเริ่มต้น
ก็จะดี สดใส เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานไม่มี
ป)
อยู่ใน
(Y)
kalyanamitra.org