ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยู่ในบุญ
กุศลกรรมบถ ๑๐
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ.๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ.๙
ภาพประกอบ : กองพุทธศิลป์
สะอาดกาย สะอาดใจ
“สัตว์ทั้งหลายสะดุ้งต่ออาชญากันหมด เพราะชีวิตเป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลาย
ฉะนั้น คนควรเอาตนเป็นเครื่องเปรียบเทียบ
แล้วไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่ากัน" (คุณฑลชาดก)
ความสุขใจของมนุษย์ประการหนึ่ง คือ
การได้รับความปลอดภัยในชีวิต ความปลอดภัย
นั่นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความมั่นใจในตัวเอง
คิดว่าตนเป็นที่พึ่งของตนได้จริง ขณะเดียวกัน
ความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเป็นคน
ไม่หวาดระแวงและไม่เกรงกลัวภัยใด ๆ เหมือน
พระอรหันต์ทั้งหลายที่หมดกิเลสแล้ว ท่านจึง
ไม่หวาดหวั่นต่อความตาย ส่วนคนที่ไม่มีเวร
มีภัยกับใครอีกประเภทหนึ่ง คือ ผู้ทรงศีล ก็จะ
มีความสุขกายสบายใจ ไม่หวาดระแวง และมี
ชีวิตอยู่ด้วยสันติธรรม
ในการรักษาศีล นั้น แม้เราจะตั้งใจรักษา
ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ บางครั้งเราก็ขาดความมั่นใจ
ในการวินิจฉัย มีความสงสัยว่า การกระทำของ
เราล่วงละเมิดศีลหรือไม่ ดังนั้นในการรักษาศีล
เราควรศึกษาทำความเข้าใจในเรื่ององค์วินิจฉัย
ศีล ซึ่งเป็นหลักในการวินิจฉัยว่า ศีลขาดหรือไม่
จะได้มีความสบายใจและสามารถชี้ถูกผิดให้กับ
ตัวเองได้
สำหรับองค์วินิจฉัยศีลนั้น พระอรรถ
กถาจารย์ได้จำแนกเอาไว้ว่า องค์ประกอบของ
๐๒ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๗
ปาณาติบาต มี ๕ อย่าง คือ ๑. สัตว์นั้นมีชีวิต
๒. รู้อยู่ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต ๓. มีจิตคิดจะฆ่าสัตว์
นั้น ๔. มีความพยายามฆ่าสัตว์นั้น ๕. สัตว์ตาย
ด้วยความพยายามนั้น
ยกตัวอย่างเช่น การที่เราไล่ยุง แล้ว
บังเอิญทำให้ยุงตาย โดยมิได้คิดจะฆ่ายุงเลย
เช่นนี้ยังไม่เรียกว่าผิดศีล ศีลยังไม่ขาดเสีย
ทีเดียว เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ครบองค์ ๕
ของการฆ่า ส่วนการกระทำใดที่แม้จะไม่ครบ
องค์วินิจฉัย อาจจะทำไปแค่องค์ ๔ อย่างนี้
เรียกว่าศีลทะลุ ถ้าลดหลั่นลงมาอีกก็เรียกว่า
ศีลด่าง ศีลพร้อย มัวหมองไปตามลำดับ
การละเมิดศีลข้อที่หนึ่งนี้ จะมีโทษมาก
หรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณของคนหรือสัตว์แต่ละ
ประเภท เช่น ฆ่าพระอรหันต์เป็นบาปมากกว่า
ฆ่าปุถุชน ฆ่าพ่อแม่เป็นบาปกว่าฆ่าคนทั่วไป
ถือว่าเป็นอนันตริยกรรมที่ห้ามสวรรค์และ
นิพพาน คือ ถ้าใครไปล่วงละเมิด ท่านถือว่า
ในภพชาตินั้น บุคคลนั้นจะไม่มีโอกาสเข้าถึง
สวรรค์หรือบรรลุนิพพาน มีแต่ต้องไปเสวย
ทุกข์ใหญ่ในอบายภูมิอย่างเดียว