ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพี่ชายไล่ออกจากวัด ด้วยความน้อยใจท่านจึงคิดจะลาสิกขา คราวนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงตรวจดูเวไนยสัตว์ ทอดพระเนตรเห็นพระจุฬปันถูก จึงเสด็จมาหา เมื่อพระพุทธองค์
ทรงทราบสาเหตุ ก็ทรงมอบผ้าที่สะอาดให้พระจุฬปันถกผืนหนึ่ง พร้อมกับให้ภาวนาคาถาว่า
"ระโชหะระนัง ๆ" ภาวนาไปด้วยและลูบผ้าไปด้วย ในที่สุดท่านก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
อีกเรื่องราวหนึ่งเป็นเรื่องของนกแขกเต้าตัวหนึ่ง ซึ่งถูกทิ้งไว้ในสำนักของนางภิกษุณี แต่มี
สามเณรีเมตตาเลี้ยงดูเอาไว้ที่กุฏิ และตั้งชื่อให้ว่า “พุทธรักขิต”
วันหนึ่งพระมหาเถรีมาเจอพุทธรักขิตจึงสอนว่า "เจ้ามาอยู่ในสำนักที่มีการเจริญภาวนา
เจ้าก็ควรที่จะบริกรรมภาวนาสักบทหนึ่งเถิด เอาบทง่าย ๆ ที่เหมาะกับเจ้า คือ "อัฐิ อัฐิ" (กระดูก)
เท่านี้ก็พอ”
พุทธรักขิตก็ตั้งใจภาวนาด้วยความเคารพ จะไปไหนมาไหนก็ภาวนาอยู่มิได้ขาด วันหนึ่ง มี
เหยี่ยวตัวหนึ่งบินตรงเข้าโฉบพุทธรักขิตไป หมายจะกินเป็นอาหาร เมื่อพุทธรักขิตถูกเหยี่ยวโฉบไป
ก็ไม่ได้คิดเรื่องอื่น ได้แต่ภาวนาว่า “อัฐิ อัฐิ" แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สามเณรีที่เห็นเหตุการณ์
รีบจับฉวยสิ่งของที่พอหาได้ขว้างปาเหยี่ยว เหยี่ยวตกใจกลัวจึงปล่อยพุทธรักขิต แล้วรีบบินหนีไป
พุทธรักขิตจึงรอดชีวิต
ต่อมา เมื่อพุทธรักขิตตายไป ด้วยใจที่เป็นกุศลจดจ่อต่อการภาวนา ทำให้ไปเกิดเป็นมนุษย์
ในตระกูลมั่งคั่งแห่งเมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา ครั้นเจริญวัยขึ้น วันหนึ่งได้เห็นพระภิกษุ
รูปหนึ่งมีศีลาจารวัตรงดงามก็รู้สึกศรัทธา และต่อมาได้ออกบวช ด้วยความคุ้นเคยกับการภาวนา
จึงเป็นปัจจัยให้ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณในที่สุด
ดังนั้น การหมั่นเจริญภาวนาให้จิตผ่องใสจึงเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตอย่างผู้มีบุญโดยแท้
ซึ่งในยุคปัจจุบันก็มีผู้มีบุญจํานวนไม่น้อยที่หมั่นเจริญภาวนาอยู่เสมอ
สุขใจ ได้เห็นธรรม
กัลฯ จีรนันท์ รักหาญ
ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ ๓๑
โดยปกติแล้วพอนั่งสมาธิหนูจะคิดแค่ว่า นั่งหลับตาไปเรื่อย ๆ
หลับบ้าง ฟุ้งบ้าง พอตื่นขึ้นมาก็สวดมนต์ แต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
หนูมีโอกาสฟังวิธีการวางใจโดยใช้การภาวนา “สัมมา อะระหัง" จาก
พระอาจารย์ปรเมษฐ์ ปรมสจฺโจ เมื่อก่อนหนูเคยภาวนา "พุทโธ" ควบคู่กับการ
กำหนดลมหายใจ หลังจากที่พระอาจารย์มาบรรยาย ตอนค่ำ ๆ หนูก็กลับไป
กันยายน ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๕๕