โอกาสกลับเนื้อกลับตัวในพระพุทธศาสนา วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2557 ต้นทาง 453 เดือนกันยายน หน้า 92
หน้าที่ 92 / 172

สรุปเนื้อหา

บางคนถึงจะเป็นคนเลว แต่ก็ยังไม่เลวสุด ๆ ผลของความเลวส่งให้ไปเกิดแค่เป็นสัตว์เท่านั้น แทนที่จะไปถึงนรก ถ้าไม่เลวเกินไปจนกระทั่งไปเป็นสัตว์นรก ก็มาเป็นสัตว์เดรัจฉานอย่างที่พวกเรา เห็น เช่น มด ปลวก เป็นต้น ๒) เกิดเป็นคนย่อมต้องการโอกาสกลับเนื้อกลับตัว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบอีกว่า หลังจากที่รับโทษไปแล้ว พวกที่ไปตกนรกและรับโทษ พอสมควรแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาแก้ตัวอีก ในระหว่างที่เกิดเป็นสัตว์ ถ้าระมัดระวังตัวดี ไม่ใช่สัตว์ เกเร ความไม่ดีก็ค่อย ๆ คลายตัวไป พวกนี้มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นคนอีก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพบว่า คนสามารถไปเกิดเป็นสัตว์ และสัตว์ก็สามารถกลับมาเกิด เป็นคนได้ การเกิดเป็นคนทำให้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวใหม่ ถ้ากลับเนื้อกลับตัวได้ ก็จะมีความสุข มากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลับไปเกิดเป็นสัตว์อีก แ

หัวข้อประเด็น

- โอกาสกลับเนื้อกลับตัวในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บางคนถึงจะเป็นคนเลว แต่ก็ยังไม่เลวสุด ๆ ผลของความเลวส่งให้ไปเกิดแค่เป็นสัตว์เท่านั้น แทนที่จะไปถึงนรก ถ้าไม่เลวเกินไปจนกระทั่งไปเป็นสัตว์นรก ก็มาเป็นสัตว์เดรัจฉานอย่างที่พวกเรา เห็น เช่น มด ปลวก เป็นต้น ๒) เกิดเป็นคนย่อมต้องการโอกาสกลับเนื้อกลับตัว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบอีกว่า หลังจากที่รับโทษไปแล้ว พวกที่ไปตกนรกและรับโทษ พอสมควรแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาแก้ตัวอีก ในระหว่างที่เกิดเป็นสัตว์ ถ้าระมัดระวังตัวดี ไม่ใช่สัตว์ เกเร ความไม่ดีก็ค่อย ๆ คลายตัวไป พวกนี้มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นคนอีก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพบว่า คนสามารถไปเกิดเป็นสัตว์ และสัตว์ก็สามารถกลับมาเกิด เป็นคนได้ การเกิดเป็นคนทำให้มีโอกาสกลับมาแก้ตัวใหม่ ถ้ากลับเนื้อกลับตัวได้ ก็จะมีความสุข มากยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลับไปเกิดเป็นสัตว์อีก แต่การกลับเนื้อกลับตัวได้นั้น ไม่ใช่ว่าคนโน้นคนนี้ไปเสกให้ แต่เขาต้องปรับปรุงตัวเอง การดำเนินชีวิตในวิถีชาวพุทธจึงมีคำว่า “ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว” ดังนั้นผลของ กรรมดีก็คือ เวลาทำดีก็ต้องได้รางวัลกันบ้าง ส่วนผลของกรรมชั่วก็คือ เวลาทำชั่วก็ต้องลงโทษ กันบ้าง แต่เมื่อพ้นโทษแล้วก็ให้โอกาสกลับตัวใหม่ เพราะทุกชีวิตในโลกนี้ต่างยังตกอยู่ภายใต้ กฎแห่งกรรม คือกฎแห่งการรับผลการกระทำที่คน ๆ นั้นได้ทำไว้นั่นเอง ๓) ให้เวลาแต่ละคนแก้ไขตัวเอง พระพุทธศาสนาสอนให้มุ่งมั่นทำความดีเรื่อยไป ส่วนที่เป็นความดีก็ทำไปมาก ๆ ส่วนที่ ยังไม่ดีก็ปล่อยเวลาให้เขาได้มีเวลาแก้ไขตัวเอง เพราะคิดอย่างนี้ชาวพุทธแม้ต่างนิกายก็ไม่ ทะเลาะกัน เพียงแต่ว่าความเชื่อยังไม่ตรงกัน ต่างคนก็ไปฝึกสมาธิให้ใจใส ๆ พอใจใสแล้ว เดี๋ยวก็ เห็นความจริงตรงกัน ๔) ใจใส ๆ จากสมาธิทำให้เห็นความจริงตรงกัน ๆ ความที่คนในโลกนี้ต่างก็เป็นคนเหมือนกัน ทำให้แม้ต่างศาสนากันก็นั่งสมาธิด้วยกันได้ เมื่อ นั่งสมาธิให้ใจใส ๆ แล้ว เดี๋ยวก็ต้องเห็นตรงกัน ธรรมชาติของใจที่สะอาดบริสุทธิ์จะปรับเข้าหากัน ได้เองโดยธรรมชาติ เหมือนน้ำบริสุทธิ์ที่ไม่ว่าจะอยู่บนยอดเขา บนท้องฟ้า ในแม่น้ำ เมื่อนำมารวมกัน ก็ย่อมมีความเข้ากันได้ สิ่งนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า แม้ต่างศาสนา เราก็เป็นเพื่อนร่วมโลก เป็น เพื่อนนั่งสมาธิร่วมกันได้ ขอเพียงต่างคนต่างทำความดีให้มาก ๆ ส่วนข้อบกพร่องต่าง ๆ ปล่อยให้ ต่างคนได้แก้ไขตัวเอง แล้วนั่งสมาธิกันไปทุกวัน พอนั่งสมาธิใจใสก็จะอยากปรับตัวปรับใจเข้าหา กันเอง เห็นตรงกันเอง ดังนั้น ถ้าอยากจะให้ชาวโลกอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ขัดแย้งกัน ไม่เบียดเบียนกัน ก็ช่วยกันชวนชาวโลกทั้งหมดมาเป็นเพื่อนนั่งสมาธิกัน.. ๙๐ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More