ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “ถ้าบอกเธออย่างนั้น เธอก็จะคิดว่าเราหลอกลวงปู่เธอ เพื่อ
ว่าเธอจะได้ไปกับเรา เราออกปากห้ามเธอหลายครั้งก็ไม่ยอมเชื่อ จึงต้องปล่อยให้เป็นอย่างนี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีบารมีมากขนาดนี้ กว่าจะได้อุปัฏฐากที่รู้ใจมารับใช้ยังยาก เพราะ
ฉะนั้นให้ตั้งใจศึกษาและปรับปรุงตัวให้ดี เพื่อจะได้เป็นเลขาฯ พระพุทธเจ้าพระองค์หน้า ได้บุญมาก
ทีเดียว
ยังมีแง่คิดเกี่ยวกับการเลือกอุปัฏฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้ที่เป็นนาย
ที่ต้องการผู้รับใช้ใกล้ชิดรู้ใจสักคน จะได้ศึกษาไว้เป็นตัวอย่าง ตอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า
ต้องการอุปัฏฐาก ก็มีพระเถระผู้ใหญ่หลายท่านอาสา องค์แรกคือพระสารีบุตร แต่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าไม่ทรงรับ ตรัสว่า “อย่าเลยสารีบุตร เธอมีความรู้ความสามารถมาก เธอไปทางทิศไหน
ประชาชนก็จะดีอกดีใจเหมือนอย่างได้เห็นเราไปเอง ถ้าเธอไปกับเราเสียแล้ว ประชาชนที่เขารอเธอ
หรือรอเราทางทิศอื่น ๆ ก็จะตั้งตาคอย ทำให้เสียประโยชน์ของงานพระศาสนา”
จากพระดำรัสนี้ ทำให้เราได้เห็นน้ำพระทัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทั้ง ๆ ที่พระสาวก
มือดีที่สุด ทรงปัญญาเป็นเลิศ อาสาขอเป็นเลขาฯ ส่วนพระองค์ แต่พระองค์กลับไม่ทรงยอมรับ
ด้วยเกรงว่าประชาชนทั้งหลายจะเสียประโยชน์ไป ส่วนพระองค์เองจะทรงเหนื่อยยากอย่างไรก็ไม่
เป็นไร ครั้นเมื่อไม่ทรงรับพระสารีบุตรแล้ว พระโมคคัลลานะจึงอาสาขอเป็นอุปัฏฐากเอง แต่พระองค์
ก็ทรงห้ามเอาไว้อีก ด้วยเหตุผลเดียวกันนั้น พระอรหันต์ผู้ใหญ่ทั้งหลายพากันอาสา เหตุการณ์ก็เป็น
เช่นเดียวกัน จนกระทั่งเหลือพระอานนท์เพียงรูปเดียว ท่านนั่งเฉยอยู่ไม่ได้อาสาแต่ประการใด
เหตุที่ท่านไม่อาสาเพราะมีเหตุผลอยู่ในใจ ๓ ประการ คือ
ประการแรก ท่านคิดว่าท่านเองก็ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ยังไม่หมดกิเลส เป็นแค่พระโสดาบัน
ประการที่สอง ท่านมีอาวุโสน้อย ขนาดพระผู้ใหญ่ทั้งหลายพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ทรงรับไว้
เป็นอุปัฏฐาก ถึงอาสาไปพระองค์อาจไม่ทรงรับก็ได้
ประการที่สาม ถ้าพระพุทธองค์ทรงต้องการจะให้ท่านเป็นอุปัฏฐากก็คงมีรับสั่งเอง และใน
ที่สุดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงเจาะจงชี้มาที่พระอานนท์ ทรงบอกให้มาเป็นอุปัฏฐาก
ๆ
แสดงว่าการจะเลือกเอาผู้ใดมาเป็นอุปัฏฐากหรือเป็นเลขานุการส่วนตัวนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็น
บุคคลที่ทรงคุณธรรมอันเลิศไปเสียทั้งหมด แต่ขอเพียงเป็นผู้ที่รู้ใจนายดี และที่สำคัญจะต้องไม่มี
ข้อบกพร่อง และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาต่าง ๆ แก่เจ้านายได้ อย่างเช่นพระอานนท์นั้น
ขนาดพระพุทธองค์ทรงชี้ตัวเรียกให้มาเป็นอุปัฏฐาก ท่านยังไม่รับทันที ขอตั้งเงื่อนไขก่อน เงื่อนไข
ที่ขอไว้นั้น เพื่อป้องกันค่าครหาว่ารับเป็นอุปัฏฐากเพราะเห็นแก่ความสะดวกสบาย และเพื่อป้องกัน
ไม่ให้ใครตำหนิพระพุทธเจ้าได้ว่าทรงลำเอียงเพราะรัก เพราะเป็นคนโปรด ท่านขอไว้หลายข้อ เช่น
ไม่ให้ประทานของดี ๆ เสมอของพระพุทธเจ้า ไม่ให้พักในที่เดียวกัน มีหลายข้อล้วนแต่ไม่ใช่เพื่อ
ประโยชน์ของท่าน แต่เพื่อประโยชน์ของพระพุทธองค์และของพระศาสนาทั้งนั้น
มีโอกาสหลวงพ่อจะเอาเรื่องพระอานนท์ทำหน้าที่เลขาฯ มาเล่าให้ฟัง จะได้รู้ว่าเลขาฯ ดี ๆ นั้น
เขาคิดกันอย่างไร ตอนนี้ศึกษาจากที่ท่านผู้เขียนหนังสือ "จรรยาบ่าว" ให้ไว้ไปก่อนก็แล้วกันนะ...
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กันยายน ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๘๗