ข้อความต้นฉบับในหน้า
ๆ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำหนดมารยาท
ข้อนี้ไว้สําหรับพระภิกษุ เพราะโดยทั่วไปพระ
มักฉันอาหารต่อหน้าญาติโยมที่มาทำบุญเป็น
จํานวนมาก ขณะที่พระกำลังฉันชาวบ้านไม่รู้
จะทำอย่างไร ก็เลยนั่งดูพระฉันไปพลาง คุยกัน
ไปพลาง กี่สายตา ก็มองมาที่พระ ถ้าพระ
รูปใดเผลอตัวมารยาทขาดไปสักนิด เขาจะนึก
ตำหนิทันที ทำให้ใจขุ่นมัว ศรัทธาคลอนแคลน
ได้บุญไม่เต็มที่ บางคนเอาไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อ
แทนที่จะได้บุญล้วน ๆ กลับแบกบาปไปอีก
การนั่งรับประทานอาหารต่อหน้าคน
มาก ๆ นี้ไม่ใช่ของง่ายเลย ตอนหลวงพ่อบวช
พรรษาแรก พอเริ่มฉันก็ถูกญาติโยมมองตาแป๋ว
เล่นเอาเขิน จับช้อนมือไม้สั่นไปหมด ถาม
พระองค์อื่นว่าเป็นไหม ก็เป็นเหมือนกัน เลย
ต้องหาทางออกแก้ปัญหาโดยกาหนดลงไปว่า
พอพระเริ่มฉันให้โยมสวดมนต์ทำวัตรไปเลย
เขาจะได้ไม่นั่งดูพระฉัน แถมยังได้บุญเพราะ
การสวดมนต์อีก วัดพระธรรมกายทำอย่างนี้
ก็เรียบร้อยดีทั้งพระทั้งชาวบ้าน
ความไม่งามที่เกิดขึ้นขณะที่พระกำลังฉัน
เท่าที่เจอยังมีอีกหลายอย่าง คือ บางคนชอบ
เอาพระมาเสี่ยงทาย เช่น เขาจัดอาหารใส่จาน
มาตั้งถวายพระ ๔-๕ อย่าง แล้วก็ตั้งจิตอธิษฐาน
เลยว่า ถ้าหลวงพ่อตักอาหารจานนี้เป็นจานแรก
แสดงว่าลูกในท้องของเขาจะเป็นชาย ถ้าตัก
จานนั้นลูกในท้องจะเป็นหญิง ถ้าตักจานโน้น
แสดงว่าต่อไปนี้ลูกหมดแล้ว ไม่มีมาเกิดอีก ว่า
เข้าไปนั่น
บางพวกหนักขึ้นไปอีก ส่วนมากเป็นแม่บ้าน
ที่ทำกับข้าวเก่ง ๆ พวกนี้ชอบมาประชันฝีมือ
กันที่วัด พอพระลงมือฉัน คุณเธอก็จ้องเอา ๆ
พระท่านก็ไม่รู้ตัวว่าถูกกำหนดให้เป็นกรรมการ
ตัดสิน ท่านก็ฉันไปตามสบาย พอฉันเสร็จแล้ว
เขายกสำรับกับข้าวเข้าครัวไปก็ได้เรื่อง
เดเรอง พวกเธอ
ทั้งหลายมีเรื่องคุยข่มกันมาทีเดียว
“อุ้ย..ฝีมือใคร ๆ ก็เทียบฉันไม่ได้หรอก
ดูสิ....หลวงพ่อฉันแต่ของฉันคนเดียว ของเธอ
ท่านไม่แตะเลย...” แม่นั่นก็เลยหน้างอไป
ดูนะ ตั้งใจไปทำบุญกลับกลายเป็นไป
ทะเลาะกันว่าพระฉันของใครมากของใครน้อย
ไม่น่าเลย พระแต่ละองค์ท่านชอบอาหารเหมือน
กันเมื่อไรเล่า บางองค์ก็ชอบอย่างนี้ บางองค์ก็
ชอบอย่างนั้น เอาแน่ไม่ได้ ยังอุตส่าห์มีคนเอา
มาเป็นเรื่องทะเลาะกันจนได้
เห็นแบบนี้บ่อย ๆ เข้าชกไม่ชอบมาพากล
ก็เลยหาเรื่องให้สวดมนต์ขณะพระฉันเสียเลย
จะได้ไม่มัวมานั่งจับผิด นั่งเสี่ยงทายให้วุ่นวาย
กันเปล่า ๆ
ข้อ ๔. ภิกษุพึงทําความศึกษาว่า เราจัก
ฉันแกงพอสมควรกับข้าวสุก
ข้อนี้เป็นเรื่องของการฝึกนิสัยไม่ให้กิน
กับข้าวเติบ เช่นเดียวกับข้อที่ผ่านมาแล้ว ต่าง
กันแต่ว่า ข้อแรกเป็นกรณีตั้งเจตนาจะให้ได้
กับข้าวมาก ๆ ขณะบิณฑบาต ส่วนข้อนี้เป็น
การกำหนดมารยาทขณะกำลังฉันอาหาร ผลที่
ได้รับ นอกจากจะไม่เป็นที่รังเกียจของเพื่อนฝูง
ของชาวบ้านแล้ว ยังสร้างนิสัยประหยัด เป็น
ผลดีในเชิงเศรษฐกิจด้วย
(อ่านต่อฉบับหน้า)
111
พฤษภาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ
999