ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาพบน คือจารึก Kesanapalli มีอักษร ๒-๓ ตัวที่คลุมเครือ
ทำให้การตีความในครั้งแรกยังคลาดเคลื่อน ต่อมาเมื่อนักวิชาการ
มาศึกษาเพิ่มเติมในภายหลังจึงได้ข้อความที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ใน
ขณะที่ ภาพขวา เป็นภาพสลักหินจากสถูปการหุต แสดงเรื่องราว
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างพระเชตวันมหาวิหารถวายแด่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านล่างปรากฏอักษรพราหมีจารึกอย่างชัดเจนว่า
“เชตวน อานาธปิฑโก เทติ
โกฐีสเตน เกตา” ภาพนี้มีเนื้อหาครบถ้วนและอยู่ในสภาพที่ชัดเจนสมบูรณ์ ทั้งยังเป็นเรื่องราวใน
พระพุทธศาสนาที่รู้จักกันอย่างดี การตีความจึงทำได้ง่าย
สำหรับมหาสถูปอายุเก่าแก่กว่า ๒,๐๐๐ ปี ที่ค้นพบแถบหมู่บ้านกนคนหลุลินั้น ปรากฏ
เรื่องราวพุทธประวัติชาดกและพระพุทธรูปมากมาย แม้สภาพบางส่วนจะเป็นซากปรักหักพัง แต่
การค้นพบจารึกอักษรพราหมีและส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ ณ แหล่งโบราณคดีนี้
ก็มีนัยสาคัญที่เปิดโลกทัศน์การค้นคว้าวิจัยภาษาศาสตร์ โบราณคดี และสะท้อนรูปแบบการเมือง
เศรษฐกิจ กรอบวัฒนธรรม รวมทั้งความคิดของผู้คนในยุคพระพุทธศาสนาตอนต้นที่แสดงออก
เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ณ ที่แห่งนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ มีประเด็นใหม่ ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญและ
นักวิชาการเองก็ยังหาข้อสรุปชี้ชัดไม่ได้ เพียงลงความเห็นและความเป็นไปได้อ้างอิงตามหลักวิชาการ
ไว้เพื่อการศึกษาต่อในอนาคต อาทิเช่น
องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของพระ
มหาสถูปจารึกคำว่า ปุผคหนิ (Puphagahani)
กลายเป็นคำนิยามใหม่ทางโบราณคดี ซึ่ง
ยังไม่สามารถระบุชี้ชัดว่า “ปุผคหนิ” นั้น
หมายถึงอะไร มีความสำคัญอย่างไรในด้าน
สถาปัตยกรรม แม้นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ
จะนำไปเทียบเคียงกับคำว่า “บุปผาธาน” ในคัมภีร์
มหาวังสะ ก็ยังตีความออกได้เป็นสองนัย คือ
หมายถึงดอกไม้ที่ใช้ประดับตกแต่ง หรือภาชนะ
สําหรับใส่ดอกไม้บูชา ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัด
บนปุผคหนิปรากฏจารึกอ่านได้ว่า
“มนิกา รส มหามริตโน
สภาริยส สปุตกส สทุหุตกส
สชามาตุกส ทาน เจติยปุผคหนิ”
๖๒ อยู่ในบุญ ตุลาคม ๒๕๕๘