ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นวิสัยของผู้มีฌานสมาบัติ ไม่ต้องถึงขนาด
พระพุทธเจ้าหรอก
๓. กรรมวิสัย คือ วิสัยของกฎแห่งกรรม
การให้ผลของกรรมซับซ้อนมาก บางคนนึกว่า
การทำกรรมดีเหมือนมีเงินฝาก ทำกรรมชั่ว
เหมือนถอนเงินมาใช้ มีตัวแดงขึ้น ถึงคราว
หลับตาลาโลก ก็เอาตัวดำตัวแดงมาเทียบกันดู
ถ้าตัวดำเยอะ บุญมากกว่าบาปก็คงไปสวรรค์
ถ้าตัวแดงเยอะ บาปมากกว่าบุญก็คงไปนรก
แต่ในความเป็นจริงการให้ผลของกรรมไม่ได้
ง่ายอย่างนั้น บางคนเคยทำบาปกรรมมามาก
แต่ก่อนตายมีพระมาโปรด จิตก็เลยผ่องใส
ไปสวรรค์ก่อน แต่บาปกรรมที่ทำไว้ก็ไม่ได้หาย
ไปไหน เมื่อไรผลบุญตรงนั้นหมด จากเทวดา
ไม่ได้มาเกิดเป็นคนนะ สามารถตกนรกได้เลย
เรื่องของกรรมมีความซับซ้อน ทั้งกรรมดีกรรมชั่ว
อยู่ในใจของเรา รอจังหวะแสดงผล
ถ้ากรรมชั่วแสดงผลก็เหมือนระเบิดเวลา
ตูมขึ้นมาก็เกิดเหตุเภทภัย บางทีถึงขั้นเสียชีวิต
บางคนทำดีมาตลอดทำไมอยู่ ๆ เกิดอุบัติเหตุ
ตาย หรือถูกลงโทษกลั่นแกล้งจนตาย ท่าไม
ทําดีไม่เห็นได้ดี บางคนคิดอย่างนี้ สิ่งที่เขาเจอ
แม้ไม่สมควรแก่เหตุในปัจจุบัน แต่สมควรแก่
กรรมที่เขาเคยทำมาในอดีต เพราะในอดีตเขา
เคยท่ากรรมไม่ดีเอาไว้ ถึงคราวพอระเบิดตูม
เกิดเรื่องเลย ถ้าเราจะไปคิดเรื่องกรรมแล้วละก็
เป็นบ้าเปล่า เพราะมันซับซ้อนมาก จะเข้าใจ
๔. โลกวิสัย คือ เรื่องของโลก เช่น โลกนี้
โลกหน้ามีไหม นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่า
เป็นต้น คิดให้หัวแตกก็คิดไม่ออก ถ้าอยากรู้
ต้องนั่งสมาธิจนเกิดญาณทัสนะแล้วค่อยไปดู
ทั้งหมด ๔ หัวเรื่องใหญ่นี้เป็นเรื่องที่
ไม่ควรคิด คิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้า
ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมจนเกิดญาณทัศนะ
จึงจะไปรู้ไปเห็นได้
อีกนานไหมที่วิทยาศาสตร์จะก้าวตามทัน
พุทธศาสตร์?
พุทธศาสตร์ คือ เรื่องที่ว่าด้วยความจริง
ของโลกและชีวิตทั้งหมด ถามว่าเมื่อไร
วิทยาศาสตร์จะทันพุทธศาสตร์ ก็ต้องบอกว่า
เมื่อวิทยาศาสตร์สามารถรู้ทุกอย่างโดยไม่เหลือ
ข้อคลางแคลงใด ๆ อีกเลย ซึ่งคงอีกนานมาก ๆ
และความจริงก็คือ วิทยาศาสตร์พยายามศึกษา
เรื่องราวต่าง ๆ ด้วยความคิด ด้วยเหตุผลด้วย
ๆ
จินตมยปัญญา หรือปัญญาขั้นที่สอง ปัญญา
ขั้นแรกเกิดจากการฟัง เรียกว่าสุตมยปัญญา)
ซึ่งไม่มีทางที่จะรู้แจ้งสรรพสิ่งได้ แต่ปัญญา
ขั้นที่สามหรือภาวนามยปัญญา คือปัญญาที่
เกิดจากการท่าสมาธิภาวนาจะสามารถรู้แจ้ง
สรรพสิ่งได้
สรุปได้ว่าเมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า
มากขึ้น เราจะเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น และ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ว่า
เรื่องนี้ได้ต้องตั้งใจนั่งสมาธิจนกระทั่งเกิด สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นความจริงมากขึ้น
ญาณทัสนะ แล้วไปดูตอนนั้นถึงจะเข้าใจ ไม่ใช่
รู้ด้วยจินตมยปัญญาหรือปัญญาจากความคิด
แต่เข้าใจด้วยภาวนามยปัญญา คือ ปัญญา
จากการท่าสมาธิภาวนาที่เรียกว่ารู้แจ้ง ถึงจะ
เข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้
เรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ไม่มีวัน
ทัมพุทธศาสตร์โดยบริบูรณ์ได้เลย ได้แค่
เข้าใกล้มากขึ้นกว่าเก่าเท่านั้นเอง
ตุลาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๓