การห่มจีวรของพระภิกษุ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 645 เดือนตุลาคม หน้า 74
หน้าที่ 74 / 165

สรุปเนื้อหา

แบบที่ ๓ เรียกว่า ห่มดอง เป็นการห่มที่ รัดกุมทะมัดทะแมงมาก คือ ห่มคลุมไหล่ซ้าย จนมาถึงปลายข้อศอก เปิดแขนขวา โดยปลาย จีวรอยู่ใต้รักแร้ และพาดทับไหล่ซ้ายซึ่งมี ผ้าสังฆาฏิพาดเฉียงยาวลงมาที่กลางอกทับไหล่ ซ้ายอีกทีหนึ่ง และผ้ารัดอกรัดอยู่เหนือเอว ผูกขวาทับซ้ายและม้วนเป็นดอกบัว ใช้ห่ม ขณะประกอบพิธีกรรมของสงฆ์ภายในวัด เช่น ในพิธีบวช ฟังสวดปาฏิโมกข์ เป็นต้น และใน พระวินัยก็กำาหนดให้พระธุดงค์ห่มจีวรแบบ ห่มดอง การห่มจีวรขณะอยู่วัด แม้ห่มคลุมไหล่ บ ข้างเดียว ถือความสะดวกสบายพอสมควร ถึง อย่างนั้นก็ต้องให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยให้ย้วยหน้า ย้วยหลัง คือ ให้ชายจีวรที่ห่มต่ำกว่าชายสบง ที่นั่งเล็กน้อย และไม่ห่มเสียยาวย้วยลงไป ลากดิน ไม่สั้นเต่อ ๆ ลอยเริดขึ้นมาจนเห็นสบง โดยย่อ การนั่งเบื้องบนจะต้องปิดสะดือ เบื้องล

หัวข้อประเด็น

- การห่มจีวรของพระภิกษุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แบบที่ ๓ เรียกว่า ห่มดอง เป็นการห่มที่ รัดกุมทะมัดทะแมงมาก คือ ห่มคลุมไหล่ซ้าย จนมาถึงปลายข้อศอก เปิดแขนขวา โดยปลาย จีวรอยู่ใต้รักแร้ และพาดทับไหล่ซ้ายซึ่งมี ผ้าสังฆาฏิพาดเฉียงยาวลงมาที่กลางอกทับไหล่ ซ้ายอีกทีหนึ่ง และผ้ารัดอกรัดอยู่เหนือเอว ผูกขวาทับซ้ายและม้วนเป็นดอกบัว ใช้ห่ม ขณะประกอบพิธีกรรมของสงฆ์ภายในวัด เช่น ในพิธีบวช ฟังสวดปาฏิโมกข์ เป็นต้น และใน พระวินัยก็กำาหนดให้พระธุดงค์ห่มจีวรแบบ ห่มดอง การห่มจีวรขณะอยู่วัด แม้ห่มคลุมไหล่ บ ข้างเดียว ถือความสะดวกสบายพอสมควร ถึง อย่างนั้นก็ต้องให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยให้ย้วยหน้า ย้วยหลัง คือ ให้ชายจีวรที่ห่มต่ำกว่าชายสบง ที่นั่งเล็กน้อย และไม่ห่มเสียยาวย้วยลงไป ลากดิน ไม่สั้นเต่อ ๆ ลอยเริดขึ้นมาจนเห็นสบง โดยย่อ การนั่งเบื้องบนจะต้องปิดสะดือ เบื้องล่างจะต้องปิดเข่าลงมาครึ่งแข้ง การห่ม ต้องท่ามุมผ้าทั้งสองให้เสมอกัน และต้องไม่ ปล่อยให้ผ้าเลื้อยหน้าเลื้อยหลัง จากธรรมเนียมของพระภิกษุ ภิกษุณี กลายมาเป็นธรรมเนียมการนุ่งผ้าถุงของ หญิงไทย "ตั้งแต่โบราณมาล้วนนั่งกันครึ่ง หน้าแข้งทั้งนั้น” เพราะฉะนั้นคดีข่มขืนในสมัย ปู่ย่าตายายของเราจึงไม่ค่อยมี คนเราเริ่มเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ ๑๕-๑๖ ปี เรื่อยมา เมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ควรพยายาม นุ่งห่มให้สุภาพตามพระภิกษุ แม้เด็กเล็ก ๆ ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จะให้มานั่ง กระโปรงสั้นฟู ๆ ฟ้า ๆ เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร ก็ขอเตือนว่าไม่สมควร เพราะจะเพาะนิสัยชอบ นั่งชั่วห่มชั่ว และเหมือนกับช่วยเร่งให้เด็กโต เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินวัย การเร่งให้เด็กมีร่างกายเติบโต สุขภาพ พลานามัยแข็งแรงนั้นดีแล้ว แต่การเร่งให้เกิด ความรู้สึกเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ๆ กลับไม่ดี ก่อนจะอธิบายสาเหตุ ขอเท้าความหลังประกอบ สักหน่อย หลวงพ่อเกิดและโตในชนบท สมัยนั้น น้าก๊อก น้ำประปาไม่มีใช้ จะอาบน้ำแต่ละที ก็ต้องไปอาบที่แม่น้า ขออภัยเถิด ถอดเสื้อ ถอดกางเกงได้ก็กระโดดน้ำเล่นกันตูม ๆ สนุกดี อย่างที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เราเห็นกัน ทุกวันนี้แหละ แก้ผ้ากระโดดกันมาจนกระทั่ง อายุ ๑๔ ปี พอเริ่มจะเข้าอายุ ๑๕ ชักอาย จึง นุ่งผ้าขาวม้าลงมาเล่นน้ำ ๗๒ อยู่ในบุญ ตุลาคม ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More